หน้าแรก ภูมิภาค ลุยตรวจถนนคัน...

ลุยตรวจถนนคันกั้นน้ำ DK.2 บางระกำ-ชลประทานแจงร่องยุบเกิดบางจุดพร้อมเร่งซ่อม

7.10.26 | 14:58 น.

พิษณุโลก ตรวจสอบถนนคันกั้นน้ำ DK.2 ร่วมกับชลประทาน หลังประชาชนร้องเรียนและตั้งข้อสังเกตถึงการก่อสร้างและสภาพถนนที่เกิดการชำรุด พร้อมชี้แจงผลการดำเนินงาน ระบุถนนในส่วนของสัญญาก่อสร้างมีความกว้าง 6 เมตร และผลทดสอบระหว่างก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐาน ขณะที่พบร่องยุบในบางจุด ซึ่งอยู่บริเวณที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้เส้นทางและมีฝนตกต่อเนื่อง ล่าสุดผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมแล้ว พร้อมยืนยันมีระยะเวลารับประกันความชำรุด 2 ปี


เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ตรวจสอบบริเวณถนนคันกั้นน้ำ DK.2 ช่วงกิโลเมตรที่ 7+800 ถึงกิโลเมตรที่ 12+800 ในพื้นที่ตำบลบางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล หลังมีประชาชนร้องเรียนและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินงานปรับปรุงถนน ทั้งในประเด็นความโปร่งใสของการก่อสร้าง รวมถึงสภาพถนนที่เกิดการชำรุดภายหลังการก่อสร้าง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีคณะกรรมการตรวจงาน ประกอบด้วย นายธนกฤต จิราภัทรพงศ์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 และนายเกตุวิโรจน์ ธนาโชติ์วรกุล หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 พร้อมด้วยนายกฤษณะ จันทร์แก้ว หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 ผู้ควบคุมงาน นายภูษิต พูลเพิ่ม นายช่างชลประทาน ผู้ช่วยผู้ควบคุมงาน และนายสรายุทธ ฟองดา ผู้รับจ้างจากบริษัท เพาเวอร์แพค คอนกรีต จำกัด ร่วมตรวจสอบสภาพถนนในพื้นที่

Advertisement

โครงการปรับปรุงถนนคันกั้นน้ำ DK.2 มีวงเงินตามสัญญา 17,999,996.23 บาท จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ชลประทาน ชี้แจงว่า งานก่อสร้างในส่วนที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของสัญญา เป็นการปรับปรุงผิวจราจรให้มีความกว้าง 6 เมตร โดยระหว่างการก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานได้ตรวจสอบขั้นตอนต่างๆ ให้เป็นไปตามแบบและมาตรฐานที่กำหนด ทั้งความหนาของชั้นทาง การบดอัด รวมถึงความหนาของผิวจราจร

ขณะที่ผลการทดสอบในขั้นตอนการก่อสร้างที่มีอยู่ เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานทางวิศวกรรมในขณะดำเนินการก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม หลังได้รับข้อเสนอแนะจากประชาชน พบว่าบริเวณผิวจราจรบางจุดภายในความกว้าง 6 เมตร มีลักษณะเป็น ร่องยุบตัว ส่วนหนึ่งเป็นบริเวณที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้เส้นทางเป็นประจำ และบางจุดเป็นช่วงที่รถต้องชะลอความเร็วหรือเบรกเพื่อเตรียมเลี้ยว ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกต่อเนื่อง ทำให้พื้นทางบางบริเวณมีน้ำสะสมและอุ้มน้ำ ขณะที่พื้นถนนบางส่วนยังอยู่ในช่วงที่ต้องใช้เวลาในการเซ็ตตัวเพื่อให้มีความแข็งแรงเต็มที่

ทั้งนี้ ถนนเส้นดังกล่าวมีการกำหนดน้ำหนักรถบรรทุกที่สามารถใช้เส้นทางได้ ไม่เกิน 20 ตัน จึงขอความร่วมมือผู้ใช้เส้นทางให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

สำหรับบริเวณที่เกิดร่องยุบ ทางหน่วยงานได้แจ้งและแนะนำแนวทางการแก้ไขให้ผู้รับจ้างดำเนินการแล้วชลประทานยังยืนยันว่า หากในอนาคตพบการชำรุดเกิดขึ้นอีก ประชาชนสามารถแจ้งให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบได้ เนื่องจากโครงการมี ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องตามสัญญา 2 ปี

ส่วนแนวทางการซ่อมแซมร่องยุบ จะดำเนินการผ่าหรือตัดบริเวณที่เกิดความเสียหาย ลอกส่วนของผิวถนนที่ชำรุดออก จากนั้นตรวจสอบและปรับปรุงบริเวณดังกล่าว ก่อนปูหรือราดผิวถนนใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและเงื่อนไขของสัญญา

ส่วน ไหล่ทาง ที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตนั้น ชลประทานชี้แจงว่า ไหล่ทางดังกล่าวไม่ได้อยู่ในขอบเขตงานตามสัญญาหลัก โดยวงเงิน 17,999,996.23 บาท ครอบคลุมงานผิวจราจรที่มีความกว้าง 6 เมตร ไม่รวมงานไหล่ทาง อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และจากข้อเสนอแนะของคนในพื้นที่ ผู้รับจ้างได้เข้ามาดำเนินการเสริมไหล่ทางเพิ่มเติมให้ แม้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตงานตามสัญญาหลัก

ทางด้านกรมชลประทานยืนยันว่า การดำเนินงานโครงการดังกล่าวมีทั้งผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจงาน ทำหน้าที่ตรวจสอบให้การก่อสร้างเป็นไปตามแบบและเงื่อนไขของสัญญา หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่กำหนด หน่วยงานจะดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญา รวมถึงการใช้หลักประกันสัญญา เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขงานให้เกิดความเรียบร้อย