พิจิตร – บุรีรัมย์ ราคาผักสดพุ่งสูงขึ้น หลังหลายพื้นที่ปลูกประสบปัญหาน้ำท่วม รวมถึงใกล้ช่วงเทศกาลกินเจ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้พืชผลการเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง และทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ในขณะที่ความต้องการเท่าเดิมและกำลังจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากใกล้เทศกาลกินเจ
ที่จ.พิจิตร บรรยากาศการซื้อขายผักสดภายในตลาดสดเทศบาล 2 (เทศบาลเมืองพิจิตร) อ.เมือง เริ่มมีชาวไทยเชื้อสายจีนทยอยออกมาเลือกซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารเจ แต่กำลังซื้อโดยรวมยังคงค่อนข้างน้อย ขณะเดียวกันราคาผักสดหลายชนิดที่ใช้ประกอบอาหารเจกลับปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความผันผวน เปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะผักกินใบที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนชื้นทำให้เน่าเสียได้ง่าย
โดยราคาคะน้า กิโลกรัมละ 250 บาท ผักบุ้งจีน กิโลกรัมละ 200 บาท ผักกาดลุ้ย กิโลกรัมละ 200 บาท ใบโหระพา กิโลกรัมละ 160 บาท (หายาก) และผักกาดขาว / ผักกาดแก้ว กิโลกรัมละ 100-120 บาท

ด้าน นางมาริณี พฤกษะวัน แม่ค้าจำหน่ายผักสดในตลาด เปิดเผยว่า สาเหตุที่ปีนี้ราคาผักแพงกว่าทุกปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัดที่ทำให้แหล่งเพาะปลูกเสียหายและการขนส่งลำบากแล้ว พ่อค้าคนกลางยังอ้างเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งสูง ปกติตอนแรกพ่อค้าแม่ค้าปลีกต่างขายกันปกติ แต่พอรับมาราคาแพง ลูกค้าหน้าร้านก็เดือดร้อนเป็นทอดๆ ปกติขายโหระพามาหลายปีราคาไม่เคยสูงถึง 160 บาท ปีนี้ราคาพุ่งสูงแบบก้าวกระโดดมาก หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ ช่วงเทศกาลกินเจราคาผักน่าจะขยับสูงขึ้นไปมากกว่านี้อีก
นอกเหนือจากผักสดแล้ว บรรดาร้านค้าต่างๆ เริ่มนำเครื่องปรุงและอาหารแห้งสำหรับเทศกาลกินเจมาวางจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัวเลือกซื้อก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ตุลาคมนี้
ขณะเดียวกันที่จ.บุรีรัมย์ สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรเช่นผักทุกชนิดตามตลาดสด ต่างปรับราคาสูงขึ้นกว่า 1 เท่าตัว
น.ส.ระยอง อุ้มสายออ อายุ 54 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว กล่าวว่า ตนกับสามีตระเวนออกไปขายก๋วยเตี๋ยวตามจุดต่างๆ ตามรูปแบบของก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆ ได้กำไรพอเลี้ยงชีพ ส่งลูกเรียน แต่หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดที่ผ่านมา ปรากฎว่าผักทุกชนิดปรับราคาสูงขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะผักบุ้งปรับราคาจาก กิโลกรัมละ 20-30 บาทมาเป็น กิโลกรัมละ 70 บาท การปรับราคาขึ้นของผักดังกล่าวส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการขายก๋วยเตี๋ยว เพราะผักเป็นวัตถุดิบหลักจำเป็น ราคาก๋วยเตี๋ยวที่ขายอยู่ในตอนนี้ชามละ 40 บาท แต่ถ้าปรับราคาขึ้นอีกชามละ 5 บาทเกรงว่าลูกค้าจะหาย ตอนนี้คงจะต้องทนแบกภาระไปก่อนจนกว่าราคาผักจะปรับลง


