เมื่อเวลา 20 .00 น. วันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร จังหวัดสตูล เร่งใช้เครื่องตัดถ่างตัดรถฉุกเฉินกู้ภัย ของรพ.มะนัง ที่อยู่ในสภาพยับเยินตกลงไปในคูน้ำริมถนน เพื่อตัดวงจรไฟฟ้าเพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟไปติดถังออกซิเจน ซึ่งอาจระเบิดได้ หลังได้ชนประสานงากับรถยนต์กระบะที่บรรทุกผลปาล์มน้ำมันมาเต็มคัน ที่บริเวณใกล้แยกปากซอยบ้านโป๊ะโล๊ะ หมู่ที่ 7 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล
โดยสภาพรถยนต์กระบะแค๊ป ทะเบียน บง6281 สตูล สภาพด้านหน้ายุบยับเยิน ผู้โดยสารและคนขับมาด้วยกัน 5 คน พบผู้เสียชีวิตที่มากับรถยนต์กระบะเสียชีวิตคาที่ 1 รายคือนาย สรศักดิ์ อารีรักษ์ อายุ 58 ปี นั่งมาข้างคนขับ ส่วนนายนุดดีน ภูมิเวช อายุ 43 ปีคนขับ ขณะนี้ยังเฝ้าสังเกตอาการ ส่วนนายอนันต์ ภูมิเวช อายุ 15 ปี และนายทวีป ภูมิเวช อายุ 33 ปี กลับบ้านได้ ส่วนนางสมใจ ชูช่วย อายุ 52 ปี ถูกส่งมารักษาตัวที่รพ.สตูล
ขณะที่รถฉุกเฉิน รพ.มะนัง มีนายพฤชา อรน้อม ซึ่งเป็นพนักงานขับรถ ถูกส่งตัวไปเฝ้าสังเกตอาการที่รพ.มะนัง นางสาวสุอัลวา สาริฝีน พยาบาล ถูกส่งตัวมารักษาต่อที่ รพ.สตูล และนายชาริฟ หลีมานัน พยาบาล แพทย์ให้กลับบ้านได้
ซึ่งอุบัติเหตุการประสานงา เกิดขณะรถฉุกเฉินของรพ.มะนังตีรถเปล่ากลับจากส่งผู้ป่วยในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งขากลับมาด้วยกัน 3 คน ได้ชนประสานงากับรถยนต์กระบะแค๊ป บรรทุกผลปาล์มน้ำมันมาเต็มคัน โดยมีผู้โดยสารมาด้วยกัน 5 คน จากสภาพเส้นทางตรวจพบว่าเป็นเส้นทางช่วงขึ้นจากเนิน ทั้งสองฝั่ง ก่อนมาประจบกันที่แยกปากซอยคลองโป๊ะโล๊ะ และโดยปกติในเส้นทางมักมีการใช้ความเร็วทางสางฝั่ง ประกอบกับถนนแคบ การจราจรคับคั่ง เนื่องจากมีการตัดถนนเส้นใหม่เป็นทางลัด แสงสว่างไม่เพียงพอทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งล่าสุดทางพนักงานสอบสวนต้องลงตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัด ของการชนประสานงานของรถฉุกเฉินและรถบรรทุกปาล์มน้ำมันอีกครั้ง
นายสาโรจน์ ศรีน้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย ร่มไทร ยอมรับว่า เส้นทางเส้นนี้มีปริมาณรถเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการตัดถนนทางลัดทำให้การจราจรคับคั่ง อีกทั้งเส้นทางถนนคับแคบ และไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพอ ในช่วง 2-3 เดือนเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้ว สภาพคล้ายกันคือ ผู้โดยสารติดอยู่ด้านในต้องใช้เครื่องตัดถ่าง เนื่องจากการชนประสานงาของรถมีความแรง ซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุหมู่ที่ร้ายแรงอีกครั้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สตูล

