หน้าแรก ภูมิภาค รรท.ผู้ว่าฯ แ...

รรท.ผู้ว่าฯ แจง 6 ปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ชี้ช่วยน้ำท่วมล่าช้า-ขาดบูรณาการ เผย ปราจีนฯ เริ่มคลี่คลาย

8.10.26 | 17:05 น.

‘ชนาธิป’ แจง 6 ปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ชี้ช่วยน้ำท่วมล่าช้า-ขาดบูรณาการ เผย ปราจีนฯ เริ่มคลี่คลาย

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทน(รรท.)ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ว่า หลายอำเภอมีระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยอำเภอนาดีเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะที่อำเภอบ้านสร้างยังได้รับผลกระทบทุกตำบล เนื่องจากเป็นพื้นที่รองรับน้ำ


โดยสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า น้ำท่วมส่งผลกระทบในพื้นที่ 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน รวม 60,317 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตสะสม 23 ราย แบ่งเป็นจมน้ำ 18 ราย และไฟฟ้าชอร์ต 5 ราย

สำหรับอำเภอบ้านสร้าง มีผู้ได้รับผลกระทบ 9 ตำบล 88 หมู่บ้าน รวม 9,211 ครัวเรือน แม้ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยประมาณ 5–6 เซนติเมตร แต่เส้นทางคมนาคมทุกสายยังถูกน้ำท่วมตัดขาด รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้

Advertisement

ส่วนอำเภอเมืองปราจีนบุรี มีผู้ได้รับผลกระทบ 16,667 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง แต่บางจุดยังท่วมสูงและเข้าช่วยเหลือได้ยาก ขณะที่อำเภอกบินทร์บุรี มีผู้ได้รับผลกระทบ 11,082 ครัวเรือน น้ำลดลงต่อเนื่อง แต่บริเวณถนนป้อมตำรวจ หน้าสถานีรถไฟกบินทร์บุรี ยังมีน้ำท่วมสูงประมาณ 40–50 เซนติเมตร

อำเภอศรีมหาโพธิ มีผู้ได้รับผลกระทบ 12,242 ครัวเรือน ยังมีน้ำท่วมขังบ้านเรือนริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ อำเภอประจันตคาม มีผู้ได้รับผลกระทบ 8,900 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงประมาณ 10 เซนติเมตร แต่บางพื้นที่ยังท่วมขัง คาดใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 วันจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อำเภอศรีมโหสถ มีผู้ได้รับผลกระทบ 1,730 ครัวเรือน ยังมีน้ำท่วมขังในตำบลไผ่ตะเลือดและตำบลโคกปีบ ส่วนอำเภอนาดี มีผู้ได้รับผลกระทบ 485 ครัวเรือน ขณะนี้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อยู่ระหว่างฟื้นฟูและสำรวจความเสียหาย

ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยสถานี Kgt.3 อำเภอกบินทร์บุรี ยังสูงกว่าตลิ่ง 1.41 เมตร สถานี Kgt.6 อำเภอศรีมหาโพธิ สูงกว่าตลิ่ง 0.53 เมตร และสถานี Kgt.1 อำเภอเมืองปราจีนบุรี สูงกว่าตลิ่ง 0.49 เมตร ขณะที่ในพื้นที่ไม่มีฝนตกเพิ่ม

ด้านการเกษตร มีเกษตรกรผู้ปลูกพืชได้รับผลกระทบ 9,422 ราย พื้นที่เสียหาย 103,642 ไร่ ส่วนด้านประมงมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 4,393 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 58,731 ไร่ และด้านปศุสัตว์มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,964 ราย โดยรายงานสัตว์เสียหายเบื้องต้น 401,624 ตัว

จังหวัดจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 60 แห่ง มีประชาชนเข้าพักพิงรวม 4,257 คน พร้อมประสานมูลนิธิและสมาคม 42 แห่ง จัดชุดปฏิบัติการ เรือ และยานพาหนะช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงจัดตั้งโรงครัวและโรงพยาบาลสนามรองรับประชาชน

นายชนาธิปยังเปิดเผยรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ในการบริหารจัดการอุทกภัย ก่อนถูกย้ายไปช่วยราชการวิทยาลัยการปกครอง โดยระบุว่า พบปัญหาที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหลักการบริหารราชการที่ดี รวม 6 ประเด็น ได้แก่

1. การอพยพประชาชน ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ประสานข้อมูลพื้นที่ และไม่ร่วมวางแผนกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการอพยพประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง ส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความล่าช้า ประชาชนตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย

2. การจัดส่งและแจกจ่ายอาหาร/เครื่องอุปโภคบริโภค การบริหารจัดการสิ่งของบรรเทาทุกข์ล่าช้าและไม่ทั่วถึง จนประชาชนผู้ประสบภัยต้องโทรศัพท์ตรงหาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการกระจายความช่วยเหลือระดับอำเภอ

3. การมอบหมายภารกิจและการบริหารงานบุคคล มิได้จัดประชุมบูรณาการ หรือมอบหมายภารกิจแก่หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภออย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ผู้ปฏิบัติงานขาดอำนาจสั่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานขาดความคล่องตัวและเกิดเสียงร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง

4. พฤติกรรมและการปฏิบัติตน มีพฤติกรรม แสดงออกทางวาจาและท่าทีไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง บั่นทอนกำลังใจ และทำให้สายการสั่งการขาดความราบรื่น

5. การสร้างภาพลักษณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นำเสนอภาพและข้อมูลผ่าน Social Media ในลักษณะเน้นย้ำว่าเป็นการทำงานเพียงลำพัง หรือลงพื้นที่ช่วยเหลือตลอดเวลา แต่การทำงานเชิงระบบกลับไม่มีผลงานประจักษ์ ไม่ได้ร่วมมือกับทีมงานอย่างจริงจัง สร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน

6. พฤติการณ์ทั่วไป เป็นเรื่องที่บุคลากร ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่รับรู้ร่วมกัน ซึ่งหากสอบถามข้อมูลเชิงลึกจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ย่อมสามารถยืนยันพฤติการณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

นายชนาธิป กล่าวว่า จากพฤติการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า นายเสฏฐวุฒิ ขาดศักยภาพและการบูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด จึงเห็นควรให้กรมการปกครองพิจารณาย้ายไปดำรงตำแหน่งนอกพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี

ต่อมา กรมการปกครองออกคำสั่งที่ 2871/2569 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ลงนามโดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้นายเสฏฐวุฒิไปช่วยราชการกรมการปกครอง โดยปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ระบุเหตุผลในคำสั่งว่า “เพื่อประโยชน์ของทางราชการ”

–อดีตผู้ว่าฯปราจีน เปิดใจขอเด้งนอภ.บ้านสร้าง มีแต่ทำคอนเทนต์ ซัดอดีตปลัดเก่ง ประเภทเดียวกัน
– รักษาการผู้ว่าฯ ชี้ข้องใจเด้งนายอำเภอ ถามกำนัน-ผญบ.ได้ ภาคปชช.ปลุกชาวบ้านสร้าง พายเรือบุกศาลากลาง
– พลพีร์ รับสั่งเด้งเอง นายอำเภอบ้านสร้าง ชี้ดีแต่ในโซเชียล อดีตผู้ว่าฯ-ผู้นำท้องถิ่น พูดตรงกันไม่น่าเท็จ