หน้าแรก ภูมิภาค คลองข้าวเม่าเ...

คลองข้าวเม่าเน่าหนัก! น้ำดำส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง “สุรศักดิ์” เร่งประสาน EM-เครื่องสูบน้ำ แก้ปัญหา 4 อำเภออยุธยา

9.10.26 | 14:23 น.
Screenshot

คลองข้าวเม่าเน่าหนัก! น้ำดำส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ชาวบ้านเวียนหัวกินข้าวไม่ลง “สุรศักดิ์” เร่งประสาน EM-เครื่องสูบน้ำ แก้ปัญหา 4 อำเภออยุธยา


ชาวบ้านอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร้องทุกข์หลังน้ำในคลองข้าวเม่าเปลี่ยนเป็นสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงนานกว่าสัปดาห์ บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขัง ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางน้ำเน่าเสียและกลิ่นเหม็นจนเวียนหัว กินข้าวไม่ลง ขณะที่รัฐมนตรีรับทราบปัญหา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำ EM และเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือ หลังพบปัญหาลักษณะเดียวกันใน 4 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณคลองข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังมีชาวบ้านนำภาพปลาลอยตายเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าน้ำในคลองมีสีดำตลอดแนวที่สำรวจ พร้อมส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนรู้สึกเวียนหัว สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยและประกอบอาชีพอยู่ริมคลอง

นางประภาวดี เกิดทวี อายุ 63 ปี เจ้าหน้าที่วัดสระแก เปิดเผยว่า น้ำในคลองเริ่มมีสีดำและส่งกลิ่นเหม็นมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยตนขายอาหารปลาอยู่บริเวณหน้าวัด ต้องทนกับกลิ่นเหม็นแทบทุกวัน บางครั้งเหม็นจนเวียนหัวและกินข้าวไม่ลง ต้องเดินออกไปอยู่บริเวณด้านนอกเพื่อหลบกลิ่น

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งน้ำจากคลองไหลเข้าบ้านเรือน ทำให้บางครอบครัวต้องลุยน้ำเข้าออกบ้าน และต้องเผชิญกับน้ำที่มีสีดำและกลิ่นเหม็น เพิ่มความกังวลเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย

นางประภาวดีกล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลธนู ได้นำ EM มาใส่ในคลองเพื่อช่วยลดกลิ่นเหม็น แต่ผลที่เห็นยังช่วยได้เพียงเล็กน้อย กลิ่นเหม็นยังคงรบกวนชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนโดยตรง รวมถึงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการ เกี่ยวกับปัญหาน้ำเน่าเสียในหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภออุทัย และอำเภอภาชี ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสียในคลองหลายแห่ง

Screenshot

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายในคันกั้นน้ำชลประทาน ปกติน้ำจะสามารถระบายออกสู่แม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยาได้ แต่ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำสูงกว่าระดับน้ำภายในคันกั้นน้ำ ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำได้ตามปกติ เพราะเกรงว่าน้ำจากแม่น้ำจะไหลย้อนกลับเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

เมื่อไม่สามารถระบายน้ำออกได้ น้ำจึงหยุดนิ่งและเกิดการหมักหมมเป็นเวลานาน ประกอบกับมีวัชพืชและเศษพืชจากพื้นที่ไร่นาที่ถูกน้ำท่วม ส่งผลให้น้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก ทั้งยังมีความกังวลเรื่องยุงและสุขอนามัยในพื้นที่

นายสุรศักดิ์กล่าวอีกว่า ได้ประสานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ระดมความช่วยเหลือจากเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล นำสาร EM และจุลินทรีย์ไปช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียตามคลองต่างๆ รวมถึงแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้บริเวณบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขัง

นอกจากนี้ ยังได้ประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอสนับสนุน EM จากหน่วยงานในสังกัด ทั้งชนิดน้ำและแบบลูกบอล พร้อมประสานสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและกรมทรัพยากรน้ำ ให้เร่งรวบรวม EM ที่มีอยู่เข้าช่วยเหลือ เนื่องจากพื้นที่ได้รับผลกระทบมีบริเวณกว้างและต้องใช้ในปริมาณมาก

ขณะเดียวกัน ยังได้ประสานกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม นำไปติดตั้งบริเวณประตูระบายน้ำสำคัญ เช่น ประตูบ้านโพธิ์ ประตูบริเวณปากคลอง และประตูหันตรา เพื่อสูบน้ำจากพื้นที่ภายในคันกั้นน้ำออกสู่แม่น้ำ ช่วยให้น้ำเกิดการหมุนเวียนและลดระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่บ้านเรือนประชาชน

สำหรับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จะต้องประสานกรมชลประทานลงพื้นที่สำรวจสภาพหน้างานบริเวณประตูระบายน้ำแต่ละแห่ง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของจุดติดตั้งและขนาดเครื่องสูบน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และระดับน้ำ

นายสุรศักดิ์ยืนยันว่า ได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอสนับสนุนทั้ง EM และเครื่องสูบน้ำ โดยจะเร่งดำเนินการควบคู่กัน ทั้งการบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียและการสูบน้ำออกเพื่อให้เกิดการหมุนเวียน หวังช่วยลดกลิ่นเหม็นและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 4 อำเภอโดยเร็ว

Screenshot