หน้าแรก ภูมิภาค เพจดังแฉ! แม่...

เพจดังแฉ! แม่สาวเบลเยี่ยมคาใจ ลูกผูกคอตายปริศนาเกาะเต่า รอง ผบก.สุราษฎร์สั่งสอบเพิ่ม

29.06.17 | 18:53 น.

จากกรณีเพจ CSILA นำเสนอข้อมูล น.ส.เอลิส เดลมานจ์ (Elise Dallemange) อายุ 30 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติเบลเยียม เสียชีวิตอย่างปริศนาบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยได้อ้างข้อมูลจากสื่อออนไลน์ SAMUI TIME ใน อ.เกาะสมุย โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์เสียชีวิตที่แปลกของนักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ แต่ถูกปิดข่าวเงียบและมารดาของนักท่องเที่ยวต้องการคำตอบ


เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า มีเหตุการณ์ น.ส.เอลิสเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 เม.ย.บนเกาะเต่าจริง โดยสภาพศพพบผูกคอตัวเองด้วยเชือกติดกับต้นไม้ บริเวณอ่าวโตนด ต.เกาะเต่า และไม่มีร่องรอยถูกสัตว์กัดแทะหรือถูกห่อด้วยเสื้อทีเชิ้ต คาดว่าเสียชีวิตระหว่างวันที่ 23-24 เม.ย. ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต พร้อมทั้งนำส่งตรวจที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพฯ ซึ่งสถาบันนิติเวชยืนยันตรงกันว่า เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจด้วยการผูกคอ
พ.ต.ท.โชคชัยกล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสถานทูตเบลเยียมแจ้งเรื่องการเสียชีวิต รวมทั้งประสานไปยังมารดาของผู้เสียชีวิตก่อนจะทำพิธีฌาปนกิจ โดยอยู่ในการดูแลของสถานทูตเบลเยียม ซึ่งมารดาของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมารับสิ่งของเครื่องใช้ของบุตรสาวที่เหลืออยู่ที่เกาะเต่าด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะเชิญพนักงานของบังกะโลดังกล่าวมาให้ปากคำอีกครั้ง เพื่อคลี่คลายประเด็นที่หลายคนยังสงสัย

“ก่อนวันพบศพตำรวจรับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้บังกะโล(Triple B) ที่บริเวณอ่าวแม่หาด หมู่ 3 ต.เกาะเต่า โดยจุดที่ไฟไหม้เป็นหลังที่ น.ส.เอลิส เช่าพักอยู่สภาพเป็นบังกะโลว์ไม้ไผ่ หลังคามุงจากแยกเป็นหลังๆ ช่วงเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ใกล้เคียงวิ่งหนีออกมาและมีผู้พบเห็น น.ส.เอลิส วิ่งหนีออกมาด้วยหลังจากนั้นหายตัวไปกระทั่งมาพบเป็นศพบริเวณอ่าวโตนด ซึ่งอยู่อีกฝั่งของเกาะ” พ.ต.ท.โชคชัย กล่าว

พ.ต.ท.โชคชัยกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้นำภาพประกาศตามหาว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร จนมีเจ้าของบังกะโลยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนเดียวกับที่เช่าพักห้องที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งสาเหตุเพลิงไหม้ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากไฟลุกไหม้จากเทียน หรือตะเกียงที่ผู้ตายใช้ในห้องพัก และเจ้าของบังกะโลไม่ติดใจเอาความ เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ

Advertisement

“ในประเด็นข้อสงสัยว่า ผู้เสียชีวิตเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯในวันที่ 24 เม.ย.โดยจองตั๋วเรือเพื่อข้ามไปยังฝั่ง จ.ชุมพร ซึ่งเว็บไซต์สมุยไทม์ ระบุว่า กระเป๋าเดินทางของผู้ตายไปถึงฝั่งอยู่ที่ จ.ชุมพร ทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะเต่า ได้ตรวจสอบพบว่าไม่มีผู้ยืนยันว่าพบเห็นกระเป๋าเดินทางของผู้เสียชีวิตจริงตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ ตำรวจได้ตรวจสอบใบรับฝากของจากบริษัทเรือข้ามฟากไม่พบหลักฐานการฝากสิ่งของในช่วงเวลาดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งได้รายงานความคืบหน้าสำนวนการสอบสวนไปยังผู้บังคับบัญชาแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ที่รับผิดชอบงานสอบสวนกล่าวว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า ได้ดำเนินการตามคดีชันสูตรพลิกศพ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งหลังปรากฏเป็นข่าวจึงได้สั่งการไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีให้มีการตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งในส่วนพยานบุคคล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมทั้งให้สอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนด้วย