หน้าแรก ภูมิภาค ระทึก! รถบัสท...

ระทึก! รถบัสทัวร์จีนเบรกลมหมด พุ่งลงเขาป่าตอง ชนสาวขับจยย.เสียชีวิต 1ราย ส่วนผู้โดยสารเจ็บระนาว

30.06.17 | 08:25 น.

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.พ.ต.ท.จงเสริม ปรีชา รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรป่าตอง จังหวัดภูเก็ตได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเบรกลมหมดทางลงเขาป่าตอง หน้าวัดสุวรรณคีรีวงศ์ ถนนพระบารมี ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้แล้วชนกับรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ และมีผู้เสียชีวิตอยู่ที่เกิดเหตุ จึงพร้อมด้วยรถพยาบาล รพ.ป่าตอง หน่วยกู้ชีพ-กู้ชีพมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองป่าตองและสำนักงานป้องกันภัยจังหวัดภูเก็ตรุดไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ


ที่เกิดเหตุเป็นทางลาดชัน เนื่องจากเป็นเขา ห่างจากหน้าวัดดังกล่าวไปเล็กน้อย พบรถบัสสีขาว สภาพหน้ารถพุ่งชนติดอยู่กับกำแพงใกล้บ้านหลังหนึ่ง รถพังเสียหาย บริเวณเบาะคนขับพบชายกลางคนถูกอัดติดอยู่กับพวงมาลัย จากนั้นหน่วยกู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำคนขับรถที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนำส่งโรงพยาบาลป่าตอง ทราบชื่อคือ นายวุฒิชัย ศรีจันทร์ อายุ 42 ปี โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนชายหญิงที่โดยสารมาภายในรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 26 คน รถพยาบาลของแต่ละหน่วยได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ห่างออกไปบริเวณหน้าวัด พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ สีขาวแดง ล้มคว่ำอยู่ที่พื้นถนน มีผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ น.ส.รัตนา สุขพิศาล อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่จังหวัดอุดรธานี และมีผู้ที่ซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือ น.ส.ธนัญญา ศิลาจันทร์ อายุ 40 ปี จึงนำผู้บาดเจ็บและศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลป่าตอง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถบัสคันดังกล่าวได้นำนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับจากท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นทีตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางลงเขาที่มีความลาดชันสูง ประกอบกับพื้นถนนลื่น เนื่องจากมีฝนตกลงมา ทำให้คนขับรถต้องพยายามย้ำเบรกตลอดเวลาขณะที่รถลงเขา ส่งผลให้ลมในหม้อเบรกเกิดหมดกะทันหัน รถจึงไม่สามารถหยุดได้ จึงพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่กำลังขับขี่อยู่บนถนน ทำให้ น.ส.รัตนาที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ และมี น.ส.ธนัญญาซ้อนท้ายถูกชน จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สุดท้ายรถพุ่งชนกำแพงหน้าบ้านดังกล่าว อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง