หน้าแรก ภูมิภาค จับแล้ว !!! น...

จับแล้ว !!! นักต้มตุ๋นระดับประเทศ หลอกขายสินค้ามือสองในเว็บไซต์ชื่อดัง

30.06.17 | 10:00 น.

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีเจ้าทุกข์จากหลายจังหวัด เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ถูกบุคคลอ้างว่าชื่อ นายสุดี บังศรี อายุ 25 ปี หลอกขายสินค้ามือสองผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง ที่โฆษณาทางหน้าจอโทรทัศน์ ในราคายั่วน้ำลาย จนมีคนหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชี สุดท้ายก็ปิดเครื่องหนี มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท แต่ยังออกอาละวาดบนเว็บไซต์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย


ล่าสุด วันที่ 29 มิ.ย.60 นายสุดีก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครราชสีมา จับกุมตัวได้บริเวณหน้าห้างเดอะมอลล์ สาขาโคราช ขณะนำสินค้ามาส่งนักสืบที่ปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าไปทำทีว่าอยากได้สินค้าที่นายสุดีประกาศขาย นัดส่งมอบกันที่หน้าห้างดังกล่าว จึงถูกตำรวจตะครุบตัวตามหมายจับของศาลจังหวัดนครพนม โดยผู้เสียหายเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ที่ อ.เรณูนคร ว่าจ้างนักสืบเอกชนตามล่าจนพบแหล่งกบดาน

สืบเนื่องจาก พระภิกษุรุ่งศักดิ์ ยโสธโร อายุ 40 ปี พรรษาที่ 12 วัดป่าศิวิลัย พบมีการลงโฆษณาประกาศขายสินค้ามือสองราคาถูก ในเว็บไซต์ชื่อดัง ประกอบด้วย โทรทัศน์ยี่ห้อพานาโซนิค ขนาด 85 นิ้ว ราคา 10,000 บาท จำนวน 1 เครื่อง ขนาด 65 นิ้ว ราคา 12,000 บาท จำนวน 1เครื่อง และขนาด 55 นิ้ว ราคาเครื่องละ 7,000 บาท จำนวน 4 เครื่อง เห็นราคาน่าสนใจจึงติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ ตั้งใจจะซื้อมาแจกจ่ายญาติพี่น้อง เสียงรับสายเป็นผู้ชายบอกพรรคพวกร้อนเงินจึงขายในราคาถูกๆ หลังตกลงราคากันเป็นที่น่าพอใจ ชายคนนั้นบอกต้องโอนเงินมามัดจำก่อน เพราะสินค้ามีจำนวนมาก พระรุ่งศักดิ์จึงโอนเงินงวดแรกให้ล่วงหน้า 7,000 บาท เมื่อวันที่ 2 มี.ค.60 เจ้าของบัญชีชื่อ นายสุดี บังศรี ต่อมานายสุดีก็โทรมาหาอีกอ้างต่างๆนาๆเพื่อให้พระรุ่งศักดิ์โอนเงินมาเพิ่มอีก จนเหยื่อใจอ่อนยอมโอนไปให้ตามต้องการ

กระทั่งถึงกำหนดวันส่งของ นายสุดีโทรหาพระรุ่งศักดิ์ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก อ้างถูกเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจยึดสินค้าไว้ที่ขนส่งเก่าโคราช ตอนนี้กำลังเจรจาต่อรองกันอยู่แล้ววางสายไป ไม่นานมีผู้หญิงโทรหาท่าน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรพูดจาโน้มน้าวให้โอนเงินค่าสินค้าดังกล่าว เพื่อแสดงว่าพระรุ่งศักดิ์เป็นผู้ซื้อตัวจริง จำนวน 75,000 บาท เมื่อโอนแล้วสรรพากรเห็นจะนำยอดเงินไปแสดงต่อหัวหน้า แล้วจะโอนกลับมาในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง แต่หลังจากโอนไปแล้ว กลับมาผู้ชายอีกคนโทรมาหาอ้างเป็นนายตำรวจโรงพักแห่งหนึ่ง บอกพระรุ่งศักดิ์ว่าโทรทัศน์ขนาด 85 นิ้ว เป็นสินค้าที่ถูกขโมยมา เจ้าทุกข์แจ้งความไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว หากพระคุณเจ้ายังอยากจะได้สินค้านี้อยู่ จะหาทางออกให้ด้วยการโอนเงินมาเคลียร์ จำนวน 120,000 บาท พระรุ่งศักดิ์ไม่มีเงินจึงไปขอโยมแม่จัดการโอนให้เมื่อวันที่ 13 มี.ค.60 ตามที่เขาต้องการ จากนั้นนายสุดีก็บอกว่าทุกอย่างจบแล้ว กำลังจะส่งสินค้าให้เตรียมรอรับได้

Advertisement

ระหว่างนั้นพระรุ่งศักดิ์เข้าไปในกูเกิ้ล ค้นหาชื่อนายสุดี บังศรี พบในเว็บไซต์พันทิปมีการระบุว่าเป็นนักต้มตุ๋น หลอกเงินผู้หลงเชื่อมาแล้วนับร้อยราย หายออกจากบ้านเกิดนานหลายปี โดยขาดการติดต่อทางบ้าน ที่บ้านมีหมายศาลและหมายเรียกจากตำรวจหลายจังหวัด นายสุดีจะมีเฟสบุ๊คหลายชื่อ หลอกขายสินค้ามือสองในเว็บไซต์ จึงมีการแจ้งเตือนภัยสังคมรายนี้ พระรุ่งศักดิ์รู้ตัวว่าถูกหลอกก็โอนเงินให้นายสุดีไปแล้วทั้งหมด 13 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 379,000 บาท เหตุที่มีเงินโอนจำนวนมากพระรุ่งศักดิ์เผยว่า สมัยเป็นฆราวาสเป็นครูสอนศีลธรรมอยู่ที่โรงเรียนเรณูวิทยาคาร มีเงินสะสมจำนวนหนึ่ง

วันที่ 24 มี.ค.60 พระรุ่งศักดิ์จึงให้นายลัญชกร ธงยศ ผู้ใหญ่บ้าน พาไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เรณูนคร พนักงานสอบสวนแนะให้บันทึกคลิปเสียงในการพูดคุยกับนายสุดีไว้เป็นหลักฐาน จึงพยายามเจรจากับนายสุดีให้โอนเงินคืน ซึ่งอ้างจะโอนคืนให้ภายในวันที่ 5 เม.ย.60 ปรากฏว่านายสุดีปิดมือถือหายเข้ากลีบเมฆ พระรุ่งศักดิ์จึงแจ้งความดำเนินให้ถึงที่สุด พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา 2 ครั้ง ก่อนจะออกหมายจับในเวลาต่อมา

พระรุ่งศักดิ์หลังถูกหลอกลวง จึงติดต่อนักสืบเอกชน ตกลงกันว่าหากสืบจนทราบว่านายสุดีกบดานอยู่ที่ไหน นำไปสู่การจับกุม จะให้รางวัลนำจับ 10 % จากจำนวนเงินที่ท่านเสียไป นักสืบแกะรอยในเว็บไซต์ที่คาดว่าจอมลวงโลกรายนี้จะโลดแล่นในการหลอกขายในกลุ่มสินค้ามือสอง จนพบนายสุดีประกาศขายโทรศัพท์ไอโฟนในราคาที่ถูกกว่าใคร จึงติดต่ออยู่หลายครั้ง จนกระทั่งนัดส่งมองของกันที่หน้าห้างเดอะมอลล์ สาขาโคราช นักสืบจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมดังหล่าว

หลังจนมุมเจ้าหน้าที่ส่งนายสุดีมีท่าทางเหมือนสาวประเภท 2 ไปดำเนินคดีตามหมายจับที่ สภ.เรณูนคร นายสุดีปฏิเสธอ้างไม่รู้ไม่เห็นใดๆทั้งสิ้น และไม่เคยรู้จักกับพระรุ่งศักดิ์มาก่อน หมายเลขบัญชีและบัตรเอทีเอ็มของตนนั้น อ้างมีเพื่อนข้างห้องขอซื้อในราคา 2,000 บาท ตอนนั้นตนร้อนเงินจึงขายให้ไป โดยไม่ทราบว่าเพื่อนคนนั้นนำไปก่อเหตุหลอกลวงต้มตุ๋น โดยวันที่ 30 มิ.ย.60 เวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดนครพนม คาดจะมีเจ้าทุกข์จากหลายจังหวัดทยอยแจ้งความดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก