เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า จังหวัดได้รับคำชื่นชมจากคณะอนุกรรมการกำกับติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกระทรวงมหาดไทย จึงต้องขอขอบคุณคณะกรรมการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นงานที่ไม่มีวันจบสิ้น ส่วนวิธีการก็อาจจะมีการปรับรูปแบบไปตามสถานการณ์ สำหรับการฟื้นฟูบำบัดรักษาในภาพรวมเป้าหมาย 1,500 ราย ดำเนินการได้ 1,721 ราย เกินกว่าเป้าหมาย แต่หากมองลงไปในรายละเอียดระบบบังคับบำบัดยังต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณด้านต่าง ๆ ก็เป็นไปตามเป้าหมายเช่นกัน รวมทั้งงานป้องกันและปราบปราม
“มีการร้องเรียนเรื่องปัญหาการขายยาแก้ไอที่มากผิดปกติของร้านขายยาบางร้าน ซึ่งได้สั่งการให้แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหายาแก้ไอเป็นการเฉพาะขึ้นมา 1 ชุด เชิญกองทัพภาคที่ 4 ร่วมเป็นคณะทำงาน พร้อมทั้งให้สาธารณสุขจังหวัดเชิญร้านขายยาที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายมาประชุมเพื่อชี้แจงปัญหาให้รับทราบ รวมทั้งวางมาตรการป้องกันร่วมกัน และบทลงโทษตามกฎหมาย เนื่องจากบางร้านมีการจับกุมไปแล้ว 4-5 ครั้ง แต่ก็ยังมีการจำหน่ายเช่นเดิม เนื่องจากโทษปรับครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท ถือว่าต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับเงินที่ได้จากการขายยาแก้ไอ จึงจำเป็นต้องหามาตรการอื่น ๆ มารองรับด้วย เช่น การเสนอเพิกถอนใบอนุญาต ใบประกอบวิชาชีพเภสัช เป็นต้น”
นายจำเริญ กล่าว เป็นเรื่องที่น่าแปลกอย่างมากที่ร้านขายยาอยู่ได้เพราะยอดขายยาแก้ไอ ทำไมวัยรุ่นคนนครศรีธรรมราชไอกันทั้งบ้านทั้งเมืองเลยหรือ แย่ตรงที่บางร้านถึงกับต้องยืนต่อแถวเข้าซื้อกันเลยทีเดียว” อย่างไรก็ตามได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.ทุ่งสงดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่มีสถิติการจับกุมมากที่สุด
นายอดุลย์ งามผิว ผู้อำนวยการส่วนประสานพื้นที่ สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 ระบุว่า ทางการข่าวของสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 พบว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช มีโกดังเก็บยาแก้ไอ เป็นศูนย์กลาง หรือ เอเย่นในการซื้อขายยาแก้ไอในภาคใต้ โดยมีการส่งไปขายยังจังหวัดกระบี่ และ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ซึ่งอาจจะมีการทำบัญชีการซื้อขายเท็จ ในการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีการตรวจสอบ สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ปัญหายาเสพติดรุนแรง หรือพื้นที่สีแดง จำนวน 83 หมู่บ้าน/ชุมชน ดังนั้น จึงต้องทำให้หมู่บ้าน/ชุมชนดังกล่าวลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดลงให้อยู่ในระดับปานกลาง เบาบาง และ ปลอดยาเสพติดให้ได้ โดยจะมีการประเมินผลอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึง

