หน้าแรก ภูมิภาค น้ำท่วมอยุธยา...

น้ำท่วมอยุธยายังหนัก! ชุมชนบ้านเกาะถูกตัดขาด ชาวบ้านกว่า 100 หลังคา ต้องใช้เรือเข้าออก

14.10.26 | 11:03 น.

น้ำท่วมอยุธยายังหนัก! ชุมชนบ้านเกาะถูกตัดขาด ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนต้องใช้เรือเข้าออก เกษตรกรปลูกข้าวโพดเทียน ได้รับความเสียหาย

 


เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าหลายชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และคลองสาขา ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แม้จะมีการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนพระราม 6 เหลือ 492 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเริ่มลดลง แต่หลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมสูง โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 16 อำเภอ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชุมชนบ้านเกาะ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีแม่น้ำป่าสักล้อมรอบ พบว่าบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือน รวมถึงถนนทางเข้าออกชุมชนยังคงถูกน้ำท่วม ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 40-60 เซนติเมตร บ้านเรือนส่วนใหญ่ยังมีน้ำท่วมบริเวณพื้นบ้าน ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกชุมชน โดยนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้บริเวณสะพาน ก่อนพายเรือกลับเข้าบ้าน

Advertisement

ว่าที่ร้อยตรีสุวัฒน์ อายุ 53 ปี ชาวบ้านในชุมชน เปิดเผยว่า แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงและสถานการณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ถนนทั้งเส้นยังคงจมน้ำ โดยน้ำเพิ่งเริ่มลดลงประมาณ 3 วัน ระดับลดลงเพียง 5-10 เซนติเมตร ชาวบ้านทุกคนต้องนำรถไปจอดไว้บริเวณสะพานและใช้เรือเดินทางเข้าออก เนื่องจากพื้นที่ชุมชนมีลักษณะเป็นเกาะและถูกน้ำท่วมเกือบทั้งหมด

ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากน้ำมาเร็วตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เพียง 2-3 วัน ระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นเมตร ทำให้เก็บข้าวของไม่ทัน รวมถึงพื้นที่สวนและแปลงเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะข้าวโพดเทียน ซึ่งเป็นพืชที่มีชื่อเสียงของชุมชนบ้านเกาะ ขณะนี้ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด

ว่าที่ร้อยตรีสุวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาสำคัญอีกอย่างคือการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำที่ไม่ทันต่อเหตุการณ์ โดยที่ผ่านมาเมื่อน้ำจะท่วมบ้านต้องใช้เวลาประมาณเกือบ 1 เดือน แต่ครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 2 วัน น้ำก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นเมตร ทำให้ไม่สามารถเตรียมตัวหรือเก็บทรัพย์สินได้ทัน

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยอมรับว่าการอาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสักและประกอบอาชีพเกษตรกรรมย่อมมีความเสี่ยงจากน้ำท่วม แต่ต้องการให้การแจ้งเตือนทำได้รวดเร็วและล่วงหน้ามากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น