ขรก.บำนาญ ถอนเงิน 2 ล้าน ให้แก๊งคอล ขู่ฟ้องแบงก์ หลังพนง.เอะใจไม่ให้ถอน ประสานตร.เข้าช่วยทัน พบถูกหลอกไปแล้วกว่า 2 แสน
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับพนักงานธนาคารออมสิน สาขาขุนทะเล ได้ช่วยข้าราชการบำนาญหญิง รอดหวุดหวิดถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงเงินกว่า 2 ล้านบาท หลังจากรอบแรกถูกหลอกไปแล้ว 226,300 บาท
จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ขุนทะเล ได้รับประสานจากพนักงานธนาคารออมสิน เนื่องจากมีลูกค้าหญิง (เป็นข้าราชการบำนาญ อายุ 62 ปี) จะขอถอนเงินจากบัญชีสลากออมสิน จำนวนกว่า 2 ล้านบาท แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารเกิดขึ้นความสงสัยน่าจะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันจะถอนเงินให้ได้ หากธนาคารไม่ให้ถอนจะฟ้องพนักงานฯ

น.ส.ศิริวรรณ แทนโชติ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาขุนทะเล จึงปรึกษา พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ มาศมาลัย สารวัตรจราจร (สว.จร.) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ประสานแจ้งให้ชุดสืบสวน สภ.ขุนทะเล เข้าไปตรวจสอบดูหลักฐานต่างๆ จนยอมรับฟัง และพาไปแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.ขุนทะเล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้จัดเก็บพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา พ.ต.อ.ปิยวัฒน์ บัวขาว ผกก.สภ.ขุนทะเล ได้เข้าชี้แจงกับผู้เสียหายและญาติ ให้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดพร้อมกับแนะนำผู้เสียหายและญาติปฏิบัติ หากถูกหลอกลวงซ้ำอีก เนื่องจากเคสนี้ผู้เสียหายได้ถูกหลอกลวงไปแล้วกว่า 220,000 บาท หากธนาคารไม่เอะใจขึ้นมา จะเสียหายอีกกว่า 2 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พฤติการณ์เหตุครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลา 15.16 น. ข้าราชการบำนาญหญิงผู้เสียหายอยู่ในพื้นที่ ต.ขุนทะเล อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พบเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการ “ซื้อแอปแชร์” ทาง Facebook แล้วให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนทาง Line บัญชีคนร้ายใช้ชื่อว่า “ประกาศิต สุธาทรงธรรม” โดยคนร้ายใช้อุบายชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมทำกิจกรรมและหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง (แบ่งเป็นยอด 300, 1,000, 5,000, 20,000, 100,000 และ 100,000 บาท) เมื่อผู้เสียหายพยายามจะถอนเงิน คนร้ายได้ปฏิเสธและไม่อนุญาตให้ถอนเงินออกโดยอ้างเหตุผลว่าผู้เสียหาย “ไม่ได้ทำตามบันทึกประจำวัน” ทำให้ถูกหลอกมูลค่าความเสียหาย 226,300 บาท จากการโอนเงินออกจากบัญชีต้นทาง 2 บัญชี ได้แก่ บัญชีธนาคารกรุงไทย 200,000 บาท และบัญชีธนาคารกสิกรไทย 26,300 บาท
จากนั้น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้หลอกลวงต่อเนื่อง ให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีเพิ่มจึงจะให้ถอนเงินออกได้ ซึ่งผู้เสียหายจะไปถอนบัญชีที่ 3 ธนาคารออมสิน แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารเห็นผิดสังเกตจึงประสานตำรวจช่วยไว้ได้ทัน




