หน้าแรก ภูมิภาค ผู้การราชบุรี...

ผู้การราชบุรี ตั้งกก.สอบ เหตุแม่ผู้ต้องหา ตกบ่อน้ำในโรงพักเสียชีวิต ขีดเส้น 7 วัน ปรับปรุงความปลอดภัย

14.10.26 | 20:25 น.

กองพิสูจน์หลักฐานราชบุรี ตรวจบ่อน้ำในโรงพัก สภ.บ้านคา หลังแม่ผู้ต้องหาพลัดตกเสียชีวิต ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ตั้งคณะสอบสวน เร่งปรับปรุงความปลอดภัยภายใน 7 วัน

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อน้ำภายในสถานีตำรวจภูธร (สภ.) บ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี หลังเกิดเหตุนางพัชรา มารดาของผู้ต้องหาพลัดตกลงไปในบ่อน้ำจนเสียชีวิต เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพพื้นที่เกิดเหตุและตรวจสอบข้อเท็จจริง


การตรวจสอบเมื่อเวลา 11.30 น. พบว่าบ่อน้ำมีความลึกประมาณ 2.60 เมตร ขอบบ่อปูนสูงประมาณ 50 เซนติเมตร และไม่มีรั้วกั้นโดยรอบ เบื้องต้น พ.ต.อ.ธีรพร วิจิตรบรรณาการ ผู้กำกับการ สภ.บ้านคา นำโอ่งน้ำจำนวน 15 ใบ มาวางปิดกั้นบริเวณขอบบ่อ เพื่อป้องกันอันตรายและเพิ่มความปลอดภัยในเบื้องต้น

ต่อมาเวลา 14.10 น. พล.ต.ต.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี เดินทางมายัง สภ.บ้านคา เพื่อสอบถามตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบลำดับเหตุการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิต

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.ธีรพร และ พ.ต.ท.ชุมพล สุขภักดี รอง ผกก.ป.สภ.บ้านคา ได้ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ว่า หลังญาติแจ้งพบรองเท้าของผู้เสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำ เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอรถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคาและหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ โดยญาติได้ช่วยประสานงานอีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนประเด็นเรื่องการตั้งด่านที่ญาติยังติดใจนั้น เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า เป็นการตั้งด่านตามคำสั่งของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีการดำเนินการในหลายพื้นที่ รวมถึงสถานีตำรวจทั้ง 16 แห่งในจังหวัดราชบุรี โดยเมื่อได้รับแจ้งว่ามีบุคคลสูญหาย เจ้าหน้าที่ได้เดินทางกลับมาดำเนินการและประสานความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่ามีการบันทึกลำดับเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด

พล.ต.ต.พัลลภเปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่จากตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยพบว่าจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในโรงพัก ทั้งระบบไฟส่องสว่าง ซึ่งมีข้อมูลว่าในวันเกิดเหตุมีฝนตกและไฟฟ้าดับ รวมถึงการติดตั้งราวกั้นรอบบ่อน้ำ หรือพิจารณาถมปิดบ่อเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบเวลา 7 วัน สำหรับการดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อรับฟังข้อเรียกร้องและหาแนวทางเยียวยาอย่างเหมาะสม

ภายหลังการตรวจสอบ พล.ต.ต.พัลลภได้พูดคุยกับนายสมบัติ พ่วงแจงงาม นายก อบต.บ้านคา ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้เสียชีวิต และนายอธิบดี บุตรชายของผู้เสียชีวิต เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและการดูแลครอบครัวในระยะต่อไป

พล.ต.ต.พัลลภระบุว่า การพูดคุยทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจกันในระดับหนึ่ง โดยตำรวจจะนำข้อเสนอของครอบครัวไปพิจารณาปรับปรุงพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงหารือเรื่องการดูแลบิดาของผู้เสียชีวิต ซึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังหลังสูญเสียภรรยา ขณะที่บุตรชายต้องเดินทางไปทำงานที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัว

ด้านนายก อบต.บ้านคา กล่าวว่า ได้เสนอให้ทางโรงพักเร่งปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยภายในสถานีตำรวจเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก เนื่องจากสถานีตำรวจเป็นสถานที่ที่ประชาชนต้องพึ่งพาและเข้ามาขอความช่วยเหลือ

ขณะที่นายอธิบดี บุตรชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตนมีความเข้าใจกันในระดับหนึ่ง โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ตนเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเพียงคนเดียว ส่วนจะมีตำรวจนอกเครื่องแบบอยู่ด้วยหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ

สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย นายอธิบดีกล่าวว่า ในส่วนของตนที่กระทำผิดกรณีเมาแล้วขับก็ได้รับโทษไปแล้ว ส่วนกรณีที่มารดาพลัดตกบ่อน้ำภายในโรงพักจนเสียชีวิต เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน การชี้แจงลำดับเหตุการณ์ และการปรับปรุงความปลอดภัยภายในสถานีตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีกในอนาคต