หน้าแรก ภูมิภาค รวบแล้ว อดีตเ...

รวบแล้ว อดีตเขย ลั่นไกดับญาติเมีย 4 นัด อ้างแค้นชอบเอาเรื่องลับไปบอก-ขอโทษรับใจร้อน

15.10.26 | 09:13 น.

รวบแล้ว! เพื่อนบ้านยิงญาติอดีตเมียดับ 4 นัด อ้างแค้นนำเรื่องส่วนตัวไปฟ้อง ตำรวจรวบคาบ้านหลังย้อนกลับมากบดาน


เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่ห้องงานสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ควบคุมตัว นายวิวัฒน์ อายุ 53 ปี ผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธปืนยิง นายไพศาล อายุ 49 ปี เสียชีวิตภายในชุมชนหลวงพ่อสุริยะมุนี ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน มาสอบสวนเพิ่มเติม

หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า MSX สีแดง-ดำ หลบหนี ตำรวจจึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและติดตามเส้นทาง ก่อนกระจายกำลังดักซุ่มบริเวณบ้านพัก ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านผู้เสียชีวิต กระทั่งนายวิวัฒน์ย้อนกลับมาที่บ้าน จึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวิวัฒน์อ้างว่า ผู้เสียชีวิตเป็นญาติของอดีตภรรยา และมักนำเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้อดีตภรรยาฟัง โดยกล่าวหาว่าตนมีพฤติกรรมเจ้าชู้และติดพันผู้หญิงคนอื่น ทำให้เกิดความไม่พอใจและมีปากเสียงกันมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงผู้เสียชีวิตโวยวายอยู่ในห้องน้ำ จึงลงไปหาและเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนใช้อาวุธปืนยิง 4 นัด แล้วหลบหนี

Advertisement

ผู้ต้องสงสัยยังอ้างว่า หลังหลบหนีได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปหาคนรู้จักบริเวณวัดไชยวัฒนาราม ก่อนอ้อมออกทางถนนอโยธยา มุ่งหน้าไปยังถนนสายเอเชีย แล้วตัดสินใจย้อนกลับบ้าน เนื่องจากไม่มีเงินติดตัว น้ำมันรถใกล้หมด และไม่มีที่ไป กระทั่งถูกตำรวจจับกุม พร้อมกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตและยอมรับว่าเป็นคนใจร้อน

ด้าน พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตำรวจได้เร่งสกัดจับและติดตามเส้นทางหลบหนีจากภาพกล้องวงจรปิด ก่อนวางกำลังเฝ้าบริเวณบ้านพักจนสามารถควบคุมตัวได้

ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 ซึ่งผู้ต้องสงสัยอ้างว่านำไปทิ้งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามหาอาวุธ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบคราบเขม่าดินปืน โดยเบื้องต้นพบคราบติดอยู่ที่มือผู้ต้องสงสัย

เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่าชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว อยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องสงสัยยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหาและต้องได้รับการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม