หน้าแรก ภูมิภาค สุดเนียนร้องโ...

สุดเนียนร้องโฮ-สาปเเช่งมือยิง! ที่เเท้ภรรยาจ้างเเสนบาทฆ่าสามี สารภาพทนไม่ไหวถูกทำร้ายเป็นประจำ

30.06.17 | 16:04 น.

จากกรณีคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ไล่ยิงนายไชยา อุดม อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าวินจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิตบนถนนสายไตรภูมิ-สะพานยาว ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเช้ามืดวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยสาเหตุตำรวจสันนิษฐานโกรธแค้นเรื่องส่วนตัว


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2560 พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ รอง ผกก.สส. และตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจ ได้คุมตัวนายจีรศักดิ์ หรือศักดิ์ ศรีสมโภชน์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เลขที่ 226/2560 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2560 ในคดีใช้อาวุธปืนยิงนายไชยาจนเสียชีวิตไปชี้จุดที่เกิดเหตุบริเวณถนนสายดังกล่าว

โดยนายจีรศักดิ์ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนยิง แต่เป็นคนทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกู๊ปปี้สีชมพู-ดำป้ายแดงพามือปืนไปยิงนายไชยาในที่เกิดเหตุ แต่ทางตำรวจมีพยานหลักฐานมัดตัวชัดเจนว่านายจีรศักดิ์เป็นคนร้ายที่ลงมือยิง จึงคุมตัวไปชี้จุดที่เกิดเหตุท่ามกลางไทยมุงจำนวนมาก

พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เผยว่า คดีนี้หลังจากเกิดเหตุแล้วตำรวจสามารถคลี่คลายคดีจับกุมคนร้ายมาได้ครบทีม ทั้งผู้ใช้จ้างวาน กลุ่มมือปืน และคนรับงาน รวมจำนวน 4 คน ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลจากโทรศัพท์มือถือผู้ตายและกล้องวงจรปิด โดยกลุ่มผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นางเอื้อมเดือน หรือเดือน มาศจุรินทร์ อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตาย ในฐานะเป็นผู้ใช้จ้างวานด้วยเงินค่าจ้าง 1 แสนบาท, นายนิคม จันทร์เกิด อายุ 54 ปี ทำหน้าที่รับงานจากนางเอื้อมเดือน, นายจีรศักดิ์ ศรีสมโภชน์ อายุ 39 ปี ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์และเป็นคนยิง และนายจำนงค์ จันทร์เกิด อายุ 52 ปี ทำหน้าที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์และชี้เป้าวันเกิดเหตุ โดยทางตำรวจได้ยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกู๊ปปี้สีชมพู-ดำป้ายแดง และรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าคัมรี่สีดำ ทะเบียน กต 957 นครศรีธรรมราช ซึ่งคนร้ายใช้ก่อเหตุมาเป็นของกลางประกอบคดีด้วย

Advertisement

โดยผู้ต้องหา 3 คน คือ นางเอื้อมเดือน, นายนิคม และนายจำนงค์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายจีรศักดิ์หรือศักดิ์คนยิงยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนยิง แต่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับมือปืนหนีจากที่เกิดเหตุ ซึ่งทางตำรวจไม่เชื่อคำให้การ เพราะมั่นใจมีพยานหลักฐานแน่นมัดตัวนายจีรศักดิ์เป็นคนยิงและทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์เองด้วย โดยมีนายจำนงค์นั่งซ้อนท้ายเป็นคนชี้เป้า จึงคุมตัวนายจีรศักดิ์ไปชี้จุดที่เกิดเหตุในวันนี้ ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆ ทางตำรวจได้คุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อนหน้านี้แล้ว

พ.ต.อ.อดิศักดิ์กล่าวว่า จากการสอบสวนปากคำนางเอื้อมเดือนภรรยาผู้ตายให้การว่า เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะกันภายในครอบครัว เพราะผู้ตายมักจะซ้อมทำร้ายร่างกายนางเอื้อมเดือนเป็นประจำจนทนไม่ไหว เคยขอเลิกหลายครั้ง แต่นายไชยาผู้ตายไม่ยอมเลิก ล่าสุดนางเอื้อมเดือนเคยจ้างนายไชยาเลิกด้วยเงิน 1 แสนบาท แต่ก็ยังไม่ยอมเลิก จนในที่สุดนางเอื้อมเดือนได้ไปติดต่อว่าจ้างนายนิคม จันทร์เกิด อายุ 54 ปี ด้วยค่าจ้าง 1 แสนบาท ให้หามือปืนมายิงนายไชยาสามี โดยมีการนัดหมายจ่ายเงินล่วงหน้าจำนวน 5 หมื่นบาทที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งกลางเมืองนครศรีธรรมราช และนางเอื้อมเดือนได้ไปโอนเงินที่เหลืออีก 5 หมื่นบาท หลังจากทำงานสำเร็จ ซึ่งทางตำรวจได้หลักฐานภาพกล้องวงจรปิดและพยานมัดตัวทำให้นางเอื้อมเดือนดิ้นไม่หลุด ยอมรับสารภาพและสามารถขยายผลจับผู้ต้องหาทีมฆ่าได้ครบทีมดังกล่าว

สำหรับนางเอื้อมเดือนภรรยาผู้ตาย ในวันเกิดเหตุยิงนายไชยา นางเอื้อมเดือนยังทำเนียนเดินทางมาดูศพสามีในที่เกิดเหตุด้วย โดยร่ำไห้โฮอยู่ข้างศพตลอดเวลา ตะโกนสาปแช่งคนร้ายที่ยิงสามีอีกด้วย และนอกจากนี้นางเอื้อมเดือนยังนำศพสามีไปจัดบำเพ็ญกุศลศพและเผาศพเสร็จเรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งตำรวจชุดคลี่คลายคดีสามารถรวบพยานหลักฐานจนศาลออกหมายจับนางเอื้อมเดือนและทีมฆ่าได้ครบทีม 4 คนดังกล่าว แม้ว่าตอนแรกนางเอื้อมเดือนจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่พอตำรวจให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตอนไปจ่ายเงินค่าจ้างให้ทีมฆ่าแล้ว นางเอื้อมเดือนก็เปิดปากรับสารภาพดังกล่าว