ชาวนาสาว บุกเทศบาลขอคำตอบ อ้างจนท.กลั่นแกล้งไม่ให้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ลั่นเหมือนอุ้มนายทุน
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม น.ส.ดอกหญ้า อายุ 34 ปี เกษตรกรชาว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมญาติได้เดินทางไปที่ที่ทำการเทศบาลตำบลห้วยราช อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เพื่อต้องการคำตอบให้ชัดเจนว่าที่ดินของตนเองจำนวน 12 ไร่จะขึ้นทะเบียนได้เมื่อไหร่
การเดินทางไปดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีคำตอบให้กรณีทางเทศบาลทำหนังสือคัดค้านการขึ้นทะเบียนเกษตรกรของ น.ส.ดอกหญ้า ไปที่อำเภอเมือง
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.ดอกหญ้า เคยเป็นคู่กรณีขึ้นขั้นฟ้องร้องต่อศาลกับอดีตปลัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง เนื่องจากญาติฝ่ายแม่ของ น.ส.ดอกหญ้า ได้เอาที่ดินทั้งหมดประมาณ 20 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินมรดกของครอบครัว ที่ยังไม่ได้แบ่งกัน ไปขายให้กับอดีตปลัดเทศบาล สุดท้ายศาลตัดสินให้ฝั่งอดีตปลัดเทศบาลฯแพ้คดี และต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 500,000 บาท

จากนั้น น.ส.ดอกหญ้า ได้เข้าไปตรวจสอบพบว่า ที่ดินดังกล่าวมีชื่อของอดีตปลัดเป็นคนเสียภาษีที่ดิน และมีการย้ายการขึ้นทะเบียนเกษตรกรจากที่เคยขึ้นที่ ต.บ้านยาง อ.เมือง มาเป็นให้ขึ้นที่ ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์
หลังจากนั้น น.ส.ดอกหญ้า ได้เข้าไปร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความเป็นธรรม กล่าวหาสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ไปร่วมมือกับสำนักงานเกษตรอำเภอห้วยราช ที่ย้ายพื้นที่การขึ้นทะเบียนเกษตรกร
ในเวลาต่อมา ได้มีหนังสือถึง น.ส.ดอกหญ้า ระบุที่ดินจำนวน 12 ไร่ ของ น.ส.ดอกหญ้า จะต้องไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2 แห่ง คือ 6 ไร่ ให้ไปขึ้นกับอำเภอเมือง อีก 6 ไร่ไปขึ้นกับอำเภอห้วยราช
น.ส.ดอกหญ้า จึงเข้าใจว่าตัวเองถูกกระบวนการของหน่วยงานรู้เห็นกันเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง จึงเข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอยากให้มีการตรวจสอบอีก
จนล่าสุดปลัดอำเภอเมือง บุรีรัมย์ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องของ น.ส.ดอกหญ้า ได้ชี้แจงกับ น.ส.ดอกหญ้า ว่า ทางอำเภอเมืองสรุปมาแล้วว่าที่ดินทั้ง 12 ไร่ ขึ้นกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ไม่ใช่อำเภอห้วยราช แต่ยังติดที่เทศบาลตำบลห้วยราช ทำหนังสือ “คัดค้าน” จึงไม่สามารถดำเนินการต่อได้ นำมาสู่กรณี น.ส.ดอกหญ้า เข้าไปถามเจ้าหน้าที่ของเทศบาลว่าเกิดอะไรขึ้น

น.ส.ดอกหญ้า กล่าวว่า ที่ผ่านมากว่า 6 เดือนหลังตนชนะคดีกับอดีตปลัดเทศบาล ตนพยายามวิ่งหาข้อมูลจนไม่มีเวลาที่จะทำงานส่วนตัว เพราะทุกกระบวนการของหน่วยงานภาครัฐเหมือนจงใจต้องการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องขอตนเองทั้งที่ศาลตัดสินแล้วถึง 2 ศาล แต่ยังมีความพยายามจะทำให้หลักฐานเดิมผิดเพี้ยนเพื่อให้พวกพ้องของตัวเองได้เปรียบ
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการเจรจาและสอบถามของ น.ส.ดอกหญ้า เจ้าหน้าที่เทศบาล ได้ออกมายืนยันว่าจะไม่คัดค้านแล้ว ส่วนภาษีที่ดินที่เก็บจากอดีตปลัดเทศบาล ก็จะทำการยกเลิก ซึ่ง น.ส.ดอกหญ้า ยังคงติดตามต่อไปอีกว่าจะขึ้นทะเบียนได้หรือไม่ และเทศบาลฯจะยกเลิกการเก็บภาษีที่ดินของอดีตปลัดเทศบาลหรือไม่ เพราะยังไม่มีหลักฐานยืนยัน เป็นเพียงการรับปากเท่านั้น


