หน้าแรก ภูมิภาค หนาวแล้ว! เชี...

หนาวแล้ว! เชียงใหม่คึกคัก นทท.แห่เที่ยว ดอยอินทนนท์-วนอุทยานน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี

16.10.26 | 09:42 น.

ท่องเที่ยวเริ่มคึกคักหลังอากาศเย็นลง ดอยอินทนนท์-วนอุทยานน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี ฮอตสุด /สหรัฐอเมริกาจัดงาน American Fair หนุนท่องเที่ยว /ททท.เชียงใหม่ เผย ยุโรป อเมริกา จีน ยังครองแชมป์ เร่งกระตุ้นแคมเปญรับยี่เป็ง

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว และอากาศเย็นลงอย่างต่อเนื่อง มีหมอกลงทุกเช้าและค่ำ มีรายงานบรรยากาศจากยอดดอยอินทนนท์และกิ่วแม่ปาน อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า สภาพอากาศเปิด คุณภาพอากาศดีมาก อุณหภูมิต่ำสุดยอดดอยวัดได้ 10 องศาเซลเซียส จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน 12 องศาเซลเซียส ส่วนที่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ 15 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนให้ขับขี่รถทุกชนิดบนดอยด้วยความระมัดระวังและใช้เกียร์ต่ำเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากความไม่ชำนาญในเส้นทางที่คดเคี้ยว


นายจิรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า ช่วงนี้ฝนซาแล้ว อากาศเย็นลงเรื่อยๆ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพักผ่อนและสัมผัสธรรมชาติในเขตอุทยานฯ เพิ่มมากขึ้นเฉลี่ย 3,000 คนต่อวัน โดยแหล่งท่องเที่ยวนิยมยังเป็นจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน เพราะมีไฮไลท์พระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางหมอกขาวและลมหนาวตลอดทั้งปี พระมหาธาติเจดีย์สองพระองค์ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกแม่ยะ น้ำตกวชิรธาร ด้วยความสูงทำให้น้ำไหลแรง ทัศนียภาพโดยรอบสวยงาม นอกจากนี้ยังมีแปลงไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว และตลาดนัดชาวม้งให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อผลผลิตประจำฤดูกาล เช่น พลับ อะโวคาโด กีวี ดอกกุหลาบ ดอกไฮเดรนเยีย และผักสด

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบธรรมชาติและการผจญภัย เพราะสามารถเที่ยวได้ทั้งปี คือ วนอุทยานน้ำตกบัวตองและน้ำพุเจ็ดสี ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่เส้นทางเชียงใหม่ – พร้าว เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร เดินจากบริเวณที่ทำการอุทยานเข้าไปจะพบน้ำตกชั้น 1 เกิดจากธารน้ำที่ไหลมาจากน้ำพุเจ็ดสี มีบันไดให้เดินลงไปถึงน้ำตกชั้น 4 โดยมีกิจกรรมสุดพิเศษที่แตกต่าง เนื่องจากเป็นน้ำตกหินปูน น้ำไหลตลอดปี ไม่มีตะไคร่เกาะ และปริมาณน้ำไม่ได้เยอะมาก ทำให้นักท่องเที่ยวชอบการไต่น้ำตก จากชั้น 4 ขึ้นมา ชั้น 1 ด้วยชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว

Advertisement

นายโฉลม วงศ์กุ่ม หัวหน้าวนอุทยานน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี เปิดเผยว่า แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอันงดงาม ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของน้ำตกหินปูน ที่มีสีน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพพื้นที่ที่ไหลผ่าน พร้อมแหล่งน้ำผุดธรรมชาติที่สวยงามน่าประทับใจ ช่วงนี้แม้จะยังไม่เข้าฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ก็จะมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 1,000-2,000 คนต่อวัน หรือบางวันก็แตะไปที่ 3,000-4,000 คนต่อวัน แต่หากอยู่ในฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาวก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก

“ช่วงนี้เป็นนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรป 20% ที่เหลืออีก 80% จะเป็นกลุ่มเอเชียและตะวันออกกลาง จุดเด่นของเราคือ เที่ยวได้ทั้งปี เพราะน้ำตกมีน้ำทั้งปี สถานที่โดยรอบร่มรื่น คาดว่าต้นปีหน้าจะได้รับการยกระดับขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติตามมติ ครม. ซึ่งจะทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามมากขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนี้ ทั้งลานกางเต้นท์ จุดชมวิว ลานผิงไฟ และการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ปีงบประมาณที่ผ่านมาเราสร้างรายได้กว่า 1.2 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 600,000 คน แต่ปีนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวพุ่งไปที่ 700,000 คนแล้ว เพิ่มขึ้นไปกว่า 100,000 คนแล้ว”

นายโฉลม กล่าวเพิ่มเติมว่า เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในการเล่นน้ำ รวมถึงการจัดการขยะในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะบริษัทนำเที่ยวเราจะแนะนำให้เก็ยขยะกลับไปด้วย รวมทั้งแจ้งให้ปฏิบัติตามระเบียบให้ชัดเจนโดยเฉพาะการเข้มงวดกับบริษัทนำเที่ยวเถื่อน หรือรถที่จดทะเบียนนำเที่ยวไม่ถูกต้อง เช่น รถป้ายขาว เพื่อความปลอดภัยด้านการถูกหลอกลวงและราคาสมเหตุสมผลแก่นักท่องเที่ยว และรักษาความสวยงามของธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นและเสริมสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2569 ที่สวน อบจ.เชียงใหม่ หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย จัดงาน American Fair ในโอกาสครบรอบ 250 ปีสหรัฐอเมริกา เปิดโอกาสให้พลเมืองชาวอเมริกันที่พำนักและมาท่องเที่ยวในภาคเหนือ นักท่องเที่ยว ประชาชนชาวเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เข้าชมฟรีตลอด 3 วัน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย อาทิ การแสดงดนตรีสด ชมการแสดงสวิงแดนซ์ วงแจซ วงโยธวาทิต ร่วมสนุกในเขาวงกตทุ่งข้าวโพด สวนฟักทอง บูทถ่ายรูปสวย ๆ การแสดงรถยนต์แบรนด์อเมริกัน – มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson รถ Jeep รถกระบะ Ford และรถแทร็กเตอร์ John Deere กิจกรรมปีนผาจำลองและสำรวจถ้ำกับ Progression การสาธิตการทำอาหารโดยเชฟมืออาชีพ เวิร์กชอปศิลปะสุดพิเศษกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม นิทรรศการจากพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน และศูนย์ศิลปะจิม ทอมป์สัน การประกวดแต่งชุดคาวบอยและการแข่งเลียนเสียงไก่ มุม DIY บ้านลม และเกมสนุก ๆ ในงานแฟร์สไตล์อเมริกัน บูทนำเสนออาหารอเมริกันและธุรกิจท้องถิ่นกว่า 40 บูท เพื่อร่วมเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ต้อนรับ 250 ปีแห่งประวัติศาสตร์ นวัตกรรม และวัฒนธรรมอเมริกัน และกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงนี้

ในขณะที่ นายเก่ง ชัยวารินทร์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า แนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมาแล้วหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แนวโน้มไปได้ดีบวก 5% หากสถานการณ์นิ่ง คือ ไม่มีฝนตก น้ำท่วม อากาศดี หนาว และลมเย็นตลอดวันแบบนี้ นักท่องเที่ยวช่วงนี้มีสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่มีเที่ยวบินตรง คือ กลุ่มตะวันออกกลาง และจีนที่กลับมาในช่วงโกลเด้นวีค กลุ่มไต้หวันที่มีสายการบินบินตรง เราจึงเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวยุโรปและสหรัฐอเมริกากลับมา โดยผ่านจากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอนและกลับมาเชียงใหม่ เรียกว่า ตลาดหลักกลับมา นอกจากนี้ ททท. คิดแคมเปญกระตุ้นการเดินทาง คนเหนือเที่ยวเหนือ เพื่อให้เกิดการเที่ยวเหนือแน่นอน และบินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป โดยจับมือ 7 สายการบิน ด้วยส่วนลด 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2569

“ทำให้ภาพรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 มีตัวเลขนักท่องเที่ยวกว่า 7.8 ล้านคน แยกเป็นชาวต่างชาติ 2.2 ล้านคน และชาวไทย 5.6 ล้านคน สร้างรายได้ 73,985.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.88% หากเทียวกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีอัตราการเข้าพัก 65.22% เพิ่มขึ้น 1.37% มีการใช้จ่าย 4,405.07 บาทต่อคนต่อวัน เพิ่ม 9.53% ซึ่งยังเหลือการเก็บตัวเลขอีก 4 เดือน เฉพาะในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมที่เหลืออีก 2 เดือน ตัวเลขนักท่องเที่ยวเฉลี่ยมากกว่า 1 ล้านคน จากกิจกรรมงานเทศกาลยี่เป็ง หรือลอยกระทงที่ได้รับความนิยมสูงมาก ถือว่าใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งน่าจะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวทั้งปีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวทิ้งท้าย