เปิดผลตรวจ 15 โกดังนิคมพัฒนา พบเครื่องจักร 13 อาคาร ประเมินวัสดุกว่า 1 หมื่นตัน อายัดของกลาง–ขยายผลผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พล.ต.ท. อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามมลพิษภาคตะวันออก เปิดเผยภายหลังการประชุมสรุปผลการตรวจค้นโกดังให้เช่าของ บริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง บนที่ดิน 4 แปลง เนื้อที่รวม 90 กว่าไร่ ว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบตามหมายค้นครบทั้ง 15 อาคารแล้ว
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบเครื่องจักรภายในอาคาร 13 หลัง ส่วนอาคารหมายเลข 1 และ 2 ไม่พบเครื่องจักร โดยทั้ง 15 อาคาร พบการจัดเก็บวัสดุจากกิจการอุตสาหกรรมหลายประเภท ทั้งวัสดุที่ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้และวัสดุเหลือใช้ปะปนกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและจำแนกประเภทตามกฎหมาย
ด้าน อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ให้ข้อมูลว่า วัสดุที่ตรวจพบประกอบด้วยเศษโลหะ เศษสายไฟ มอเตอร์ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยบางรายการเข้าข่ายวัตถุอันตรายตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดไว้แล้ว ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่หลายครั้ง ประเมินเบื้องต้นว่ามีวัสดุรวมมากกว่า 10,000 ตัน โดยตัวเลขดังกล่าวยังเป็นการประมาณการ ไม่ใช่ปริมาณของเสียอันตรายทั้งหมด
สำหรับการประกอบกิจการ พล.ต.ท. อิทธิพร ระบุว่า จากการสอบถามสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง พบว่าการประกอบกิจการในอาคารที่ตรวจพบเครื่องจักรทั้ง 13 หลัง ยังไม่มีหลักฐานการได้รับอนุญาตสำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ โดยเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมชี้แจงว่า แม้พื้นที่บางส่วนจะมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) แต่ยังไม่ได้แจ้งเริ่มประกอบกิจการตามขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งจะต้องตรวจสอบรายละเอียดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้านสิ่งแวดล้อม พล.ต.ท. อิทธิพร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยัง ไม่พบระบบบำบัดน้ำในส่วนที่เข้าตรวจสอบ และมีผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำบางรายการเกินเกณฑ์ รวมถึงพบเส้นทางน้ำไหลผ่านบริเวณกำแพงที่ชำรุดออกสู่คลองสาธารณะด้านหลังพื้นที่ โดยกรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันผลและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ภายในห้องควบคุมเครื่องชั่งน้ำหนักของอาคารหมายเลข 1 เจ้าหน้าที่พบบันทึกทะเบียนรถเข้า–ออก ซึ่งมีข้อความเขียนเป็นภาษาจีน แต่ยังไม่สามารถเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ เนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าภายในห้องขณะเข้าตรวจค้น โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำไปประกอบการตรวจสอบเส้นทางขนส่งวัสดุต่อไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้อายัดเครื่องจักรและวัสดุที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทำบัญชีรายการแยกตามอาคารและบันทึกการตรวจค้น โดย พล.ต.ท. อิทธิพร ระบุว่า ได้มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนการตรวจสอบ “ผู้รับผิดชอบกิจการ” มีหญิงรายหนึ่งเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น โดยระบุว่าได้รับมอบหมายจากเจ้าของบริษัท แต่ปฏิเสธว่าเป็นเจ้าของโรงงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบข้อมูลการมอบอำนาจ ผู้เช่าอาคาร และผู้ประกอบกิจการที่แท้จริงเพิ่มเติม
พล.ต.ท. อิทธิพร ยืนยันว่า การตรวจสอบจะขยายผลตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ผู้ประกอบกิจการที่แท้จริง แหล่งที่มาของวัสดุ เส้นทางการขนส่ง การคัดแยกและรีไซเคิล ตลอดจนการจัดการวัสดุที่เหลือ รวมถึงประเด็นการนำเข้าจากต่างประเทศและการใช้นอมินี ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น
การตรวจสอบครั้งนี้มีกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง อำเภอนิคมพัฒนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันในพื้นที่ เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จังหวัดระยอง ตำรวจภูธรภาค 2 สภ.นิคมพัฒนา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กอ.รมน.จังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายกฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต 2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่



