เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนรถยนต์หรู พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงิน และการธนาคาร และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเดินทางเข้าตรวจสอบเขตปลอดอากรบางกอกฟรีเทรดโซน กรมศุลกากร ย่านบางเสาธง จ.สมุทรปราการ หลังเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรประสานว่า พบรถหรูต้องสงสัยจำนวน 3 คัน ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษ ที่โกดังแห่งนี้
พ.ต.ท.กรวัชร์ เปิดเผยว่า ดีเอสไอส่งเอกสารเกี่ยวกับตัวเลข คัสซี และตัวเลขเครื่อง ที่ได้มาจากหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์อังกฤษ ระบุว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาประเทศไทย ให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตรวจสอบ จนพบรถของกลางทั้งหมด 3 คัน ประกอบด้วยยี่ห้อ เมอร์เซเดสเบนซ์ จีแอลอี 350 ดี สีดำ, เมอร์เซเดสเบนซ์ เอเอ็มจี ซี 63 สีขาว และนิสสัน จีทีอา สีขาว

ตรวจสอบทราบว่า เป็นของบริษัท มาสเตอร์ ออโต้พาร์ท แอนด์ เซอร์วิส จำกัด จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถเมอร์เซเดสเบนซ์ จีแอลอี 350 ดี สีดำ, รถนิสสัน จีทีอา สีขาว ส่วนบริษัท ที อี อิมพอร์ต จำกัด ครอบครอง 1 คัน คือ เมอร์เซเดสเบนซ์ เอเอ็มจี ซี 63 เอเอ็มจี สีขาว เจ้าหน้าที่จะเรียกสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยังพบว่ามีรถหรูต้องสงสัยอีก 2 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถเมอร์เซเดสเบนซ์ 1 คัน ส่งออกจากประเทศไทยไปที่เกาะฮ่องกง ดีเอสไอ ประสานให้นำรถกลับมาแล้วในต้นเดือนหน้า
นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยกรณีที่พบว่ามี เจ้าหน้าที่ศุลกากร 9 คนเกี่ยวข้อง เป็นกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีข้อมูลว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในการนำเข้ารถตั้งแต่ปี 2551-2553 โดยเจ้าหน้าที่หน้างานของกรมศุลกากรเห็นว่ารถสำแดงราคาต่ำ จึงให้บริษัทวางเงินประกันและออกแบบแจ้งให้ แต่บริษัทที่นำเข้ารถยนต์ได้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลฯที่รับเรื่องอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่หน้างานไม่ถูกต้อง จึงส่งให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องทบทวน เจ้าหน้าที่หน้างานจึงคืนเงินประกันให้ แต่ สตง.เห็นว่าการทำงานของ 9 คนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากได้คืนเงินอากร ยกเลิกแบบแจ้ง ขณะนี้กรมศุลการกรได้ตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนนี้ และรายงานให้ สตง.ทราบเป็นระยะ

