ผู้ว่าฯชัยวัฒน์ ลุยเอง! ควง สตง.-ตร. เช็กตึก รพ.สต.บ้านหลวง 39 ล้าน สร้างไม่เสร็จแต่เบิกเกลี้ยง เร่งสอบวินัย-อาญา
รพ.สต.บ้านหลวง – เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เดินทางตรวจการก่อสร้างอาคาร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.)บ้านหลวง อบต.นาพู่ อ.เพ็ญ วงเงิน 39 ล้านบาท ตามคำร้องเรียนจากประชาชนผ่านศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.อุดรธานี และ สนง.ท้องถิ่น จ.อุดรธานี ว่า อบต.นาพู่ ได้เบิกจ่ายเงิน 2 งวดสุดท้าย คืองวดที่ 11 จำนวน 8.68 ล้านบาท และงวดที่ 12 จำนวน 6.78 ล้านบาท ให้กับผู้รับจ้างก่อนสิ้นปีงบประมาณ ทั้งที่การก่อสร้างยังไม่เสร็จ
- ชาวบ้านร้องสอบ อบต.สร้าง รพ.สต. 39 ล้าน ไม่เสร็จแต่เซ็นรับมอบ ท้องถิ่นเตรียมลุยตรวจพรุ่งนี้
- ชาวบ้านน้อยใจ อบต.แห่งแรกของไทย ที่รับโอน รพ.สต. มาดูแล สร้างตึก 39 ล้านไม่เสร็จยังมามีเรื่อง
โดยมีพล.ต.ต.ปราโมทย์ ฉิมหลวง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พ.ต.ท.อดุลย์ชัย ขาวขำ สว.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ , นายคณพศ พิมพ์โคตร นายอำเภอเพ็ญ , นางชุติมา ศิริจันทพันธุ์ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ภาค 6 , นางสุกัญญา แพงขวา ผอ.สำนักตรวจเงินแผ่นดินอุดรธานี มาร่วมตรวจติดตามการร้องเรียน พบว่าการก่อสร้างยังไม่เสร็จตามคำร้องเรียน และผู้รับจ้างยังคงระดมช่างเข้ามาทำงาน ร่องระบายน้ำรอบอาคาร , การปูกระเบื้องพื้น-บันได , ราวบันได , สุขภัณฑ์ห้องน้ำ-ซักล้าง , ติดตั้งระบบไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และเก็บฝ้าเพดาน-ทาสี

นายชัยวัฒน์ ได้สอบถามการทำงานทั้ง 3 หน่วยงาน เริ่มจาก นายคณพศ พิมพ์โคตร นายอำเภอเพ็ญ ได้รับรายงานการตรวจสอบของท้องถิ่น จ.อุดรธานี ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน มีปลัดอาวุโส อ.เพ็ญ ปลัดอำเภอ และผู้เชี่ยวชาญจาก ทต.เพ็ญ , พล.ต.ต.ปราโมทย์ ฉิมหลวง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี รายงานว่า พ.ต.ท.อดุลย์ชัย ขาวขำ สวส.สภ.เพ็ญ ได้รับแจ้งจากท้องถิ่น จ.อุดรธานี ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ในข้อหาปลอดแปลงเอกสารเบิกเงิน จะต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้ ปปช.ภายใน 30 วัน
ส่วน นางชุติมา ศิริจันทพันธุ์ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ภาค 6 และนางสุกัญญา แพงขวา ผอ.สำนักตรวจเงินแผ่นดินอุดรธานี รับรายงานจาก จ.อุดรธานี และเดินทางมาตรวจในวันนี้ พบว่าเงิน 2 งวดสุดท้ายถูกจ่ายออกจากระบบไปแล้ว แต่งานยังไม่แล้วเสร็จ เบื้องต้นพบว่ามีงานยังไม่เสร็จ ในงวดงานก่อนๆด้วย จะต้องมีคำสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดทำงาน เพื่อทำการตรวจสอบงานทั้งหมด รวมทั้งสัญญาที่แก้ไขล่าสุด ว่าทำไปถึงไหนรัฐเสียหายเท่าใด รวมทั้งเรื่องเงินค่าปรับมีหรือไม่ เมื่อตรวจเสร็จจึงจะให้กลับมาทำงานได้

ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อมาดูแล้วก็เป็นจริงตามที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนมา ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนและพี่น้องสื่อที่ช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยกัน ประเด็นแรกที่เราได้คุยกันคือ เรื่องคดีอาญา ทางผู้การฯ ก็ได้ให้พนักงานสอบสวนเดินทางมาถึงที่เลย พนักงานสวบสวนเองก็จะมาดูว่ามีประเด็นเกี่ยวข้องกับบุคคลมากขนาดไหน หากพนักงานสอบสวนคนเดียวทำไม่ไหวเราก็ต้องเพิ่มพนักงานสอบสวนขึ้นมา ในส่วนของการชี้อาญาและละเมิด ทาง สตง.ก็ได้ส่งท่านรองและ ผอ.มาร่วมในคณะ ก็มาดูสัญญาว่างวดที่เบิกไปกับงานที่ค้างอยู่นั้นเป็นอย่างไร
ซึ่งเมื่อทาง สตง.ตรวจสอบแล้วก็พบว่า มีการดึงเงินทั้งหมดออกมาจากระบบแล้ว แต่ว่างานยังไม่เสร็จ เมื่องานไม่เสร็จก็ต้องไปไล่ดูสัญญาว่าถึงงวดไหน และถูกเบิกไปกี่งวด เพราะฉะนั้น 4 ประเด็นที่เราจะคุยกันที่จะให้ผู้มีอำนาจได้ทำคือ คดีอาญา อย่างน้อยก็จะต้องทำกันทั้ง 3 หน่วย อันที่สองก็คือในเรื่องคดีอาญาที่จะต้องไปต่อก็คือ สตง. ชี้อาญา แล้วก็ ปปช. 3 หน่วยนี้ก็จะทำงานควบคู่กันไป อันต่อไปคือเรื่องละเมิด หมายถึงการรับเสียหาย ว่าเสียหายเท่าไหร่ ทาง สตง.เองก็กรุณานำเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้มาช่วยตรวจสอบ มาชี้ละเมิดว่ารับเสียหายเท่าไหร่ จะได้ดำเนินการทางละเมิดต่อไป

ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยอีกว่า ต่อไปคือเรื่องทางวินัย ทางนายอำเภอเองจะเป็นผู้กำกับดูแล ในส่วนของวินัยก็จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือข้าราชการประจำจะต้องดำเนินการทางวินัย ส่วนที่ส่วนบุคลากรทางด้านการเมือง ก็ต้องไปดูทางด้านมาตรการการปกครอง จะสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ออกจากตำแหน่ง หรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็เป็นอำนาจของนายอำเภอ มาวันนี้เราก็มาครบทุกงานที่เราจะต้องทำ และแต่ละคนก็เห็นสภาพความเป็นจริงแล้วว่า พวกเราต้องทำอะไร
ส่วนเรื่องการดำเนินการก่อสร้างของผู้รับเหมาที่ยังทำกันอยู่ เป็นคำถามที่ดี เนื่องจากมองว่าหากยังดำเนินการอยู่ อาจจะส่งผลต่อการชี้ว่าละเมิดในส่วนไหน และจากข้อห่วงใยว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จล่าช้า ก็มองว่าน่าจะไม่ช้า เพราะทาง สตง.เองก็ได้เร่งดำเนินการแล้ว เพิ่งส่งหนังสือไปเมื่อวาน วันท่านก็กรุณาลงพื้นที่มาตรวจสอบให้ทันที ก็ต้องฝากถึงทุกหน่วยงานให้เร่งดำเนินการ เพราะพี่น้องประชาชนจะได้ใช้งานอาคารได้ช้าลง
พล.ต.ต.ปราโมทย์ ฉิมหลวง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า เราจะเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาทำการสอบถาม เรียกดูเอกสารประกอบว่า ว่าเป็นเท็จหรือไม่เท็จ แล้วจะมาดูความผิดตาม พรบ.ที่เกี่ยวข้อง ทราบว่ามีหลาย พรบ. ซึ่งจะตั้งทีมพนักงานสอบสวนขึ้นมาเร่งดำเนินการในกราบระยะเวลา 30 วัน ดำเนินการควบคู่ไปกับทางอำเภอและ สตง.




