ขบวนการค้ายาไม่รอด! ทิ้งยาไอซ์ล็อตใหญ่ไว้ป่าข้างทาง ซิ่งเก๋งหนี สุดท้ายจนมุมต้องยอมรับสารภาพ
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองสนธิกำลังบูรณาการร่วม นำโดย พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผบก.ภ.จว.แพร่ สั่งการให้ สภ.เด่นชัย, สภ.ห้วยไร่, สภ.นาพูน ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5, ฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ และฝ่ายปกครองอำเภอเด่นชัยโดย นายประจักร์ จินดาจำรูญ นายอำเภอเด่นชัย พร้อมด้วยฝ่ายปกครองตำบลไทรย้อย เปิดปฏิบัติการไล่ล่าสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพื้นที่จังหวัดแพร่ หลังรับแจ้งจากพื้นที่จังหวัดเชียงรายว่าจับรถต้องสงสัยพร้อมคนขับไว้ เนื่องจากมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นจึงขยายผลแจ้งมายังพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อสกัดกั้นขบวนการ จนสามารถตรวจยึดยาไอซ์ของกลางได้จำนวน 98 ก้อน พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งเบาะแสขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงนำกำลังเข้าพื้นที่อำเภอเด่นชัย กระทั่งพบรถยนต์เก๋งต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน งว 2953 ชลบุรี มีหญิงวัยกลางคนเป็นผู้ขับขี่ จอดอยู่ริมทางในพื้นที่ตำบลไทรย้อย เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวเพื่อตรวจสอบ แต่จากการตรวจค้นภายในรถเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงขยายผลวิเคราะห์รูปการณ์ เชื่อว่าน่าจะมีรถยนต์ร่วมขบวนการขับตามกันมา จึงกระจายกำลังออกติดตามค้นหา จนกระทั่งพบรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 9กพ 6496 จอดอยู่บริเวณปากทางเข้าป่าไร่ดงมะไฟ (บ่อแก้ว 2) หมู่ 4 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ภายในรถพบชายวัยกลางคนเป็นผู้ขับขี่ และมีหญิงโดยสารมาด้วยอีก 1 คน
จากการตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าวไม่พบยาเสพติดเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบสวนเชิงลึกและตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน จนกระทั่งได้พิกัดจุดที่กลุ่มผู้ต้องหานำยาเสพติดไปทิ้งไว้บริเวณป่าหญ้าใกล้เคียง ผลการตรวจสอบพบกระสอบปุ๋ยจำนวน 5 ใบ ซุกซ่อนอยู่ เมื่อเปิดออกดูพบยาไอซ์บรรจุอยู่ภายในรวมจำนวน 98 ก้อน สุดท้ายผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดทั้งหมดมาจากเชียงราย มุ่งหน้า กทม.
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างลักลอบลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวมาจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปส่งยังกรุงเทพมหานคร แต่ระหว่างทางไหวตัวทัน และเกรงกลัวว่าจะไม่รอดการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ จึงตัดสินใจขับรถมาจอดแล้วช่วยกันนำยาเสพติดทั้งหมดไปโยนทิ้งอำพรางในป่าหญ้าก่อนที่จะถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด
ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดแพร่ เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐาน ลายนิ้วมือแฝง และวัตถุพยานอย่างละเอียด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เด่นชัย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ รายละเอียดเชิงลึกของคดีอยู่ระหว่างการขยายผลอย่างเร่งด่วน ทั้งเส้นทางการลำเลียง, เครือข่ายผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ และตรวจสอบปริมาณน้ำหนักของกลางที่ชัดเจน หากมีความคืบหน้าประการใด ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่จะรายงานให้ทราบต่อไป






