หน้าแรก ภูมิภาค ชาวปราจีนนับพ...

ชาวปราจีนนับพัน เดือด ฮือค้านโรงขยะ จี้รัฐบาลเอาจริงสั่งปิดถาวร ทำสายน้ำมรณะ

18.10.26 | 13:11 น.

ชาวปราจีนนับพัน เดือด ฮือค้านโรงขยะ จี้รัฐบาลเอาจริงสั่งปิดถาวร ทำสายน้ำมรณะ
เมื่่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่ใกล้เคียง และจังหวัดข้างเคียงกว่า 2,000 คน รวมตัวกันที่โดมสวนสุขภาพ บ้านเกาะสมอ หมู่ 15 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อร่วมเวที รู้เท่าทันโทษพิษภัยโรงงานขยะ จัดโดยเครือข่ายแม่เพื่อสุขภาพทุ่งบางพลวง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรงงานรีไซเคิลขยะและปัญหาน้ำสีดำที่แพร่กระจายในพื้นที่หลังเกิดน้ำท่วม

โดยภายในงานมีนายสุรชัย ทนสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า ร่วมให้ข้อคิดเห็นเรื่องการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน พร้อมด้วยนางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ เข้าร่วมรับฟัง


นอกจากนี้ยังมีการปาฐกถาพิเศษโดยอาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ ในหัวข้อ “เมืองศรีมโหสถ สะอาด ร่มเย็น เวลเนส” รวมถึงการให้ความรู้ด้านกฎหมายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากพื้นที่ โดยนางดาหวัน หัสดี เจ้าหน้าที่อาวุโส มูลนิธิบูรณะนิเวศ และนายยรรยงค์ อินทฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีนายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม ทำหน้าที่พิธีกร

นางสมพร ชินสร้อย ชาวบ้าน กล่าวว่า วันนี้เรามาจัดเวทีเพื่อให้พ่อแม่พี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบรู้เท่าทัน โทษพิษภัยจากโรงงานขยะ ประชาชนให้ความร่วมมือและลุกขึ้นสู้แล้ว ชาวนาก็ทนไม่ไหว หลังจากที่เห็นข่าวว่าน้ำเป็นสีรุ้ง น้ำเน่า ปลาตาย น้ำปราจีนฯกลายเป็นสายน้ำมรณะ ซึ่งเราจะใช้ดื่มกินไม่ได้แล้ว ในชุมชนทุกวันนี้น้ำบาดาลใช้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ทุกคนเข้าใกล้กับความตายเข้าทุกวันแล้ว อยู่อย่างทรมานตายอย่างทรมานด้วยโรคร้ายคือโรคมะเร็ง

จุดประสงค์ของเราในครั้งนี้คือการลงทะเบียนปิดโรงงาน วันนั้นทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงมาปิดป้ายด้วยตัวของท่านเอง ซึ่งเป็นป้ายชั่วคราว แต่ตอนนี้คนในพื้นที่ยังเห็นการทำงานของโรงงานนั้นอยู่ ยังพบมีควันมีรถวิ่งอยู่บนยอดภูเขาขยะ แล้วจะให้ชาวบ้านมั่นใจได้ยังไงว่าเขาปิดจริง ทำให้ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงได้มีการรวมตัวมากันในครั้งนี้

Advertisement

นางสมพร กล่าวว่า ก่อนที่น้ำจะท่วมมีหนังสือจากอุตสาหกรรมจังหวัดบอกว่า ขอเพิ่มขยะที่จะเอามาฝังกลบ 500,000 ตัน และขยะที่จะเอามาแปรรูปอีก 500,000 ตัน เขาได้ นำหนังสือแจกจ่ายเพื่อให้ไปประกาศ ถ้าประชาชนไม่แสดงความคิดเห็นชัดๆภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ก็แสดงว่าคุณยินดีที่จะให้เขานำขยะมาเพิ่ม หลังจากได้รับหนังสือฉบับนั้นแล้ว จึงได้ร่างหนังสือตอบโต้ทางอุตสาหกรรมเพื่อคัดค้าน และให้ประชาชนมาลงชื่อคัดค้าน มีผู้มาลงชื่อพันกว่าคน หลังจากที่ยื่นหนังสือไปแล้วประมาณ 3 วัน

ผลปรากฏว่าได้รับข่าวว่าขอยกเลิกหนังสือที่มาขอเพิ่มขยะ เราจึงไปขอความมั่นใจเพราะหนังสือฉบับดังกล่าวไม่มาถึงเรา สอบถามกับทางนายอำเภอนายอำเภอบอกว่าไม่มีหนังสือยกเลิกฉบับดังกล่าวมา ด้วยความไม่มั่นใจช่วงนั้นน้ำเริ่มท่วม พวกเรา 3 คนได้ลุยน้ำไปยื่นหนังสือที่อุตสาหกรรมจังหวัด ปรากฏว่าท่านชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ ได้เปิดเวทีเสวนาให้กับพวกเรา ท่านใดให้โอกาสเราเข้าไปนั่งพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางอุตสาหกรรมได้ตอบคำถามเราต่อหน้าท่านรองผู้ว่า ว่าเขามีการยกเลิกที่จะไม่นำขยะมาเพิ่มจริง แต่ทางเราต้องการหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่การพูดด้วยปากเปล่า ชาวบ้านจึงไม่มีความมั่นใจในตรงนี้ แต่มีการนำหนังสือดังกล่าวขึ้นจอโปรเจคเตอร์ให้ดู วันนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดใกล้เคียง ที่ได้รับผลกระทบและกำลังจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ชาวบ้านอยากมาระบายความอึดอัดในเวทีนี้

อยากขอความเมตตาจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถแก้ไขปัญหาในตรงนี้ที่ช่วยชาวบ้านได้ อยากให้ลงมาช่วยพวกเราด้วย ทุกคนจะเดินหน้าต่อจนกว่าโรงงานดังกล่าวจะปิดตัวอย่างถาวร และนำกองภูเขาขยะพิษออกจากพื้นที่

“ข้าวในนากุ้งหอยปูปลามันกินไม่ได้แล้ว คนที่ขายของเคยเอาผักอาหารกันกินในพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรีมานั่งขายไม่มีใครซื้อเพราะเขาไม่มั่นใจ ว่ามันเอาสารพิษเข้าไปแล้วหรือยัง เจอแบบนี้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกเจ็บปวด มันจะหมดสิ้นไปในตอนนี้หรอ สุดท้ายนี้ถ้าไม่มีใครช่วยเรา ก็ขอบารมีจากพระองค์ท่าน ขอถวายฎีกา เพื่อประชาชนพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีของเรา”

นายจักรกฤษณ์ แก่นวงศ์ กรรมการลุ่มน้ำบางปะกง ได้นำแผนที่มาชี้ลูกศรทิศทางน้ำจากในพื้นที่กบินทร์บุรี ว่ามวลน้ำดังกล่าวได้ไหลลงมาถึงพื้นที่ไหนบ้าง และมีพื้นที่ไหนที่จะได้รับผลกระทบหลังจากนี้ พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ในฐานะที่ตนเป็นกรรมการลุ่มแม่น้ำบางปะกง พี่เดินทางไปในครั้งนี้อยากจะให้เห็นว่าจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่เป็นพื้นที่ท้ายน้ำจะโดนผลกระทบเต็มๆ อยากให้ทางผู้ประกอบการได้เห็นว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล และปีนี้ไม่แน่ใจว่าเกษตรกรจะเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หรือไม่ จะทำนาได้หรือไม่ เพราะไม่ทราบว่าน้ำก้อนนี้จะทำให้ เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและทำนาได้อยู่หรือเปล่า อยากให้ผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจ อยากให้เห็นอกเห็นใจ และไม่ควรให้มีโรงงานประเภทนี้ ในเขตพื้นที่ชลประทาน น้ำเน่ามันยังหายแต่ถ้าเป็นสารพิษมันไม่สามารถทำลายได้

ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่งให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า บ้านของตนตั้งอยู่ห่างจากโรงงานรีไซเคิลขยะประมาณ 2 กิโลเมตร ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม พบว่ามีน้ำสีดำไหลเข้ามาในพื้นที่ทุ่งนาและสวนทุเรียน ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะต้นทุเรียนกว่า 20 ต้น รวมถึงนาข้าว

ชาวบ้านระบุว่า น้ำดังกล่าวมีสีดำเข้มและมีกลิ่นผิดปกติ อีกทั้งขณะนี้ยังพบลักษณะน้ำสีดำกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของอำเภอศรีมหาโพธิ ทำให้เกิดความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่เกษตรกรรมและสุขภาพของประชาชน

เจ้าของพื้นที่เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนมีโรคประจำตัวทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จึงไม่กล้าสัมผัสน้ำดังกล่าว เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมสะท้อนความกังวลหลังเห็นปริมาณขยะจำนวนมากภายในโรงงาน

ทั้งนี้การรวมตัวของประชาชนกว่า 2,000 คน สะท้อนถึงความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และอาชีพของชุมชน โดยชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงงาน พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้รับคำตอบที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตามสำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับสาเหตุของน้ำสีดำและความเชื่อมโยงกับโรงงานยังจำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ประชาชนยืนยันว่าจะเดินหน้าติดตามเรื่องนี้ต่อไป จนกว่าจะได้รับความชัดเจนและมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่สร้างความมั่นใจให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง