รวบหนุ่ม 20 นายหน้าหลอกนักเรียนมัธยม เปิดบัญชีม้า ขายให้แก๊งสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์. ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) “ตำรวจไซเบอร์” สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4, นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการ กองกำกับการ 2(กก.2.) บก.สอท.4 ประกอบด้วย พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ท.วีระพล กันธวงศ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ท.เอนก ถิ่นนคร รอง ผกก.2 บก.สอท.4 ได้จับกุม นายกร อายุ 20 ปี ชายไทยคนหนึ่งในพื้นที่ตำบลแม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก
หลังจากได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้ปกครองของเด็กนักเรียน อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งมีพื้นที่ตำบลแม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก แจ้งว่าบุตรชายของตนเองถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้ทำการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์จำนวน 3 บัญชีโดยให้เงินจำนวน 2,500 บาท เป็นแรงจูงใจต่อมาบัญชีธนาคารที่ขายไปถูกแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานตำรวจพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการนำไปใช้ในการรับเงินจากกลุ่มสแกมเมอร์ในการหลอกลวงประชาชนจำนวนมาก

หลังจากที่ได้รับแจ้งความร้องทุกข์เจ้าพนักงานตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 ได้สืบสวน และได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดแม่สอด โดยศาลจังหวัดแม่สอด ได้พิจารณาอนุมัติหมายจับ ที่ จ.173/2569 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ให้เจ้าพนักงานตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 เข้าทำการจับกุมตัวนายกร ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.แม่กุ อ.แม่สอด ในข้อกล่าวหาว่า เป็นธุระ จัดหา โฆษณา หรือไขข่าว โดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด
จากการสืบสวนขยายผลโดยเจ้าพนักงานตำรวจ กก. 2 บก.สอท.4 ทราบว่านายกร ใช้วิธีตีสนิทกลุ่มวัยรุ่นที่ออกมารวมตัวกันในเวลากลางคืนแล้วจะพยายามจูงใจให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับเงินจำนวนหนึ่งซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มเยาวชนเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปหลงเชื่อเปิดบัญชีธนาคารให้กับ นายกร จำนวนหลายสิบคน
โดยเจ้าพนักงานตำรวจ กก.2 บก.สอท.4. ได้ทำจากการตรวจสอบระบบการรับแจ้งความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรายของเด็กนักเรียน อายุ 15 ปี พบว่ามีการรับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีหลวงลวงให้โอนเงินโดยใช้บัญชีธนาคารในชื่อของเด็กชายคนดังกล่าว จำนวน 5 เคสไอดี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด จำนวน 675,000 บาท ( หกแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาท )
จากการสืบสวนทราบว่าเคสไอดีทั้งหมดที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์มีลักษณะรูปแบบการหลอกลวงในลักษณะการหลอกให้ลงทุนเพื่อหวังผลกำไร ซึ่งทางเจ้าพนักงานตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 จะได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่ออายัดบัญชีธนาคารของกลุ่มนักเรียนและประชาชน ที่ถูกหลอกเปิดบัญชีธนาคารและจะได้สืบสวนติดตามขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


