เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายสง่า แสงแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและหาทางช่วยเหลือ ครอบครัวนางพันมหา พ่อเกตุ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 15 บ้านโคกกลาง ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก หลังได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากลูกสาว คือ ด.ญ.ภิยะดา พ่อเกตุ หรือน้องหยก อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโคกกลาง มีอาการป่วยผิดปกติ มีอาการปวดหัว ร่างกายอ่อนล้า เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา กระทั่งนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอปลาปาก รวมถึงโรงพยาบาลนครพนม กลับไม่ดีขึ้น ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดอุดรธานี ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยได้เข้ารับการรักษาเกือบ 1 เดือน และปัจจุบันได้กลับมาพักฟื้นดูอาการที่บ้าน ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยอาการเบื้องต้นว่า เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือที่เรียกกันว่า โรคพุ่มพวง พร้อมนำยาต้านเม็ดเลือดแข็งมาให้กินเพื่อดูอาการ ทำให้ต้องหยุดเรียน เนื่องจากโรคดังกล่าวมีความเสี่ยงเกิดอันตราย เพราะบางครั้งจะมีอาการปวดหัว ร่างกายอ่อนแรงฉับพลัน นอกจากนี้ยังมีโอกาสอาเจียนเป็นเลือด และเลือดซึมตามผิวหนัง หรือเป็นจุดช้ำเลือด จึงต้องคอยเฝ้าดูอาการใกล้ชิด และรับประทานยาต่อเนื่อง
ด้านนายสง่า แสงแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก ได้ตรวจสอบเพื่อประสานไปยังพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครพนม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อหาทางช่วยเหลือ นำตัวไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง พร้อมสนับสนุนเรื่อง ยานพาหนะ รถพยาบาลนำส่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายบางส่วนในการเดินทาง เนื่องจากครอบครัวดังกล่าวมีรายได้น้อย
ด้านนางพันมหาเปิดเผยว่า ปกติตนทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯกับสามีมาหลายปี มีลูกทั้งหมด 2 คน ลูกชายคนโตอายุ 23 ปี มีครอบครัวแล้ว ไปทำงานต่างจังหวัด ส่วนลูกสาวคนเล็ก คือ น้องหยก เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ตนได้พากลับมาบ้านเกิดเพื่อเรียนหนังสือ และดูแลด้วยตัวเอง เพราะอยากมีเวลาดูแลลูก ปล่อยให้สามีทำงานรับจ้างที่กรุงเทพเพื่อส่งเงินมาเลี้ยงดู ส่วนตนทำไร่ทำนาที่บ้านเกิด ที่ผ่านมาลูกไม่เคยเจ็บป่วย ไม่เคยมีอาการผิดปกติ แต่เมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวบ่นว่าปวดหัวบ่อย และร่างกายเมื่อยล้าอ่อนแรง นอกจากนี้ยังมีจุดช้ำตามผิวหนัง ตนจึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลอำเภอปลาปาก จากนั้นแพทย์ได้ส่งต่อไปตรวจที่โรงพยาบาลนครพนม แต่ดูอาการแล้วยังไม่แน่ชัด จึงส่งตัวไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอุดรธานีที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้ไปตรวจดูอาการอยู่ประมาณ 3 สัปดาห์ แพทย์ได้วินิจฉัยเบื้องต้นว่า ลูกสาวเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือที่เรียกว่าโรคพุ่มพวง จะมีอาการปวดหัวรุนแรง ร่างกายอ่อนเพลีย บางครั้งมีจุดช้ำตามผิวหนัง หรือหากขั้นรุนแรง อาจมีอาการไอ ขับถ่ายเป็นเลือด ซึ่งทางแพทย์ได้ฉีดยาและให้รับประทานยารักษา ดูอาการ ทำให้อาการดีขึ้น จึงมาพักฟื้นที่บ้าน บางครั้งลูกสาวยังมีอาการปวดหัว อ่อนแรง ทำให้ตนรู้สึกกังวลเป็นห่วงลูกสาวมาก เพราะรู้ว่าโอกาสหายยากและต้องใช้เงินรักษา แต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะครอบครัวรายได้น้อย ที่สำคัญลูกสาวต้องหยุดเรียน เต้องดูแลใกล้ชิดตลอด ตนไม่สามารถไปทำงานที่ไหนได้เลย ยอมรับว่าห่วงอนาคตลูก ทั้งที่ลูกเป็นคนฉลาด เรียนหนังสือเก่งมาตลอด หากเป็นไปได้ อยากวิงวอนขอความเมตตากับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงผู้ใจบุญ ช่วยหาทางรักษาลูกสาว เผื่อมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตรวจรักษาได้

