เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายยุพราช บัวอินทร์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการขอให้ทางจังหวัดชะลอการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 35/59 รื้อถอนรีสอร์ทภูทับเบิก พร้อมขู่ชาวบ้านพร้อมจะฟ้องร้องหากคณะเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ ในขณะที่ทางจังหวัดยืนกรานยังต้องเดินหน้าตามคำสั่ง คสช.ต่อไปหากไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยนายยุพราชระบุว่า เวลานี้มีชาวม้งเจ้าของรีสอร์ทภูทับเบิกโดนข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่า หากพิสูจน์ได้ว่ากลุ่มชาวม้งที่นี่ไม่ได้รุกป่าก็พ้นผิด ส่วนที่โพสเฟสบุ๊คพาดพิงถึงโครงการทับเบิกวิวพอยท์ เพราะมีการใช้งบราชการไปดำเนินการนั้น ขณะที่บริเวณเดียวกันก็มีการก่อสร้างรีสอร์ทซึ่งมีข้อมูลมีผู้ใหญ่บางรายอยู่เบื้องหลัง ภายหลังทั้งท่อน้ำ ต้นไม้ ทรัพย์สินของราชการสูญหายถูกทำลาย และรีสอร์ทดังกล่าวมีการรื้อถอน แต่ไม่มีความชัดเจนเรื่องการเอาผิดหรือหาผู้รับผิดชอบทั้งที่ความผิดสำเร็จรูปไปแล้ว ทำให้ไม่เกิดความเท่าเทียมและถือเป็นการเลือกปฏิบัติหากเปรียบเทียบกับชาวม้งที่ถูกดำเนินคดี ส่วนการที่จังหวัดยืนกรานเดินหน้ารื้อรีสอร์ทต่อนั้น ทางผู้ประกอบการก็พร้อมจะแจ้งความดำเนินคดีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้นายยุพราชได้โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวถึงกรณีภูทับเบิก โดยระบุหัวข้อว่า ภูทับเบิก”เมื่อถึงเวลาต้องสะสาง” จากนั้นมีข้อความไล่เลียงถึงมติ ครม.ปี 2505, ปี 2507 ซึ่งกันภูทับเบิกออกจากพื้นที่ป่าถาวรและตั้งนิคมชาวเขา แต่กระทรวง พม.เดินไม่สุดไปไม่ถึง และพรก.ไปไม่สุดทาง จากนั้นถามว่าใครผิด? แต่วันนี้ชาวม้งต้องรับกรรม ขณะเดียวกันยังพาดพิงถึงโครงการ “ทับเบิกวิวพอยท์” ใช้งบจังหวัดผ่านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อปลูกต้นพญาเสือโคร่งจำนวน 400 ต้น เมื่อปี 2557 มีการเดินท่อส่งน้ำและผู้ใหญ่ในจังหวัดเข้าร่วม และในปีเดียวกันมีรีสอร์ท “บีบีเอ็ม” ผุดขึ้นบริเวณเดียวกัน ท่อน้ำหาย ต้นไม้หา ยถือว่า “ทำลายทรัพย์สินทางราชการหรือไม่?”
นอกจากนั้น นายยุพราชยังระบุทิ้งท้ายด้วยว่า “โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนดี และมีมาตรฐานในการจัดการเรื่องนี้ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมครับ” พร้อมสรุปว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่บ้านน้ำเพียงดิน หมู่ที่ 8 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

