หน้าแรก ภูมิภาค DNA ฟ้องความจ...

DNA ฟ้องความจริง! เปิดไทม์ไลน์ จีนเทาหมายแดง สวมสิทธิ์เป็นพ่อเด็กไทย-ลอบพำนักหรู

21.10.26 | 19:28 น.

เปิดปมสวมสิทธิ์พ่อเด็กไทย ตมชลบุรีตรวจ DNA พบผู้ต้องหาหมายแดงจีนเป็นพ่อแท้ ๆ เร่งสอบเอกสารแจ้งเกิด–ใช้สิทธิพำนักไทย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรีร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีต้องสงสัยใช้ข้อมูลความสัมพันธ์ทางครอบครัวในการดำเนินการเกี่ยวกับสถานะบุคคลและสัญชาติไทยของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ หลังผลตรวจ DNA พบว่าชายชาวจีนซึ่งเป็นบุคคลตามหมายแดง INTERPOL ในคดีเกี่ยวกับการพนัน มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท เป็นบิดาทางสายเลือด ขณะที่ชายไทยซึ่งมีชื่อเกี่ยวข้องกับการรับรองความเป็นบิดา กลับไม่พบความสัมพันธ์ทางชีวภาพ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเอกสารแจ้งเกิด การรับรองบุตร และการใช้สถานะบุตรสัญชาติไทยประกอบการขออนุญาตพำนักในราชอาณาจักร


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง และนายดำรงเกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา ร่วมแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางครอบครัวและการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของเด็กหญิงรายหนึ่ง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีได้ควบคุมตัวนายเจียนลู่ หลี่ (MR. JIANLU LI) อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ซึ่งตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นบุคคลตามหมายแดงขององค์การตำรวจสากล หรือ INTERPOL Red Notice ที่ออกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 และปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดให้มีหรือดำเนินกิจการพนัน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท และเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว

ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางครอบครัวของชายชาวจีนรายดังกล่าวกับ เด็กหญิงสัญชาติไทยวัย 2 ขวบ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมนำตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ารับการตรวจสารพันธุกรรม หรือ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด

Advertisement

ผลการตรวจ DNA ปรากฏว่า นายเจียนลู่ หลี่ มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับเด็กหญิงรายดังกล่าวในฐานะบิดาและบุตร ขณะที่ผลตรวจ DNA ของนายธนา สินธรมัย ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย ไม่พบความสัมพันธ์ทางชีวภาพในฐานะบิดาและบุตรกับเด็กหญิงคนเดียวกัน

ผลตรวจดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขยายผลตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดและการรับรองความเป็นบิดา รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการทางทะเบียนราษฎร เพื่อพิสูจน์ว่ามีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือใช้เอกสารที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ยังพบ นางหวัง โหย่วรุ่ย (MRS. YOURUI WANG) อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นมารดาของเด็กหญิงรายดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลความสัมพันธ์ของบุคคลภายในครอบครัวมาประกอบการตรวจสอบร่วมกับหลักฐานทางทะเบียนและผลตรวจ DNA

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คือประวัติการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรและการใช้ประเภทวีซ่าของบุคคลทั้งสอง โดยข้อมูลที่เจ้าหน้าที่นำเสนอระบุว่า ชายชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 และมีประวัติการใช้วีซ่าด้วยเหตุจำเป็นทางธุรกิจในช่วงปี 2567–2568 ก่อนเดินทางเข้าประเทศครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569

ส่วน หญิงชาวจีน มีประวัติเดินทางเข้าประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ต่อมาในช่วงปี 2565–2568 มีข้อมูลการใช้วีซ่าด้วยเหตุจำเป็นทางธุรกิจ ก่อนปรากฏข้อมูลเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ว่ามีการใช้วีซ่าประเภทอุปการะบุตรสัญชาติไทย และเดินทางเข้าประเทศครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ด้วยวีซ่าประเภท NON-O เพื่ออุปการะบุตรสัญชาติไทย

ขณะเดียวกัน เอกสารการตรวจสอบยังระบุว่า ชายและหญิงชาวจีนทั้งสองมีประวัติเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรร่วมกัน 9 ครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบรายละเอียดกับฐานข้อมูลการเดินทางอย่างครบถ้วน เพื่อประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงในคดี

ประเด็นที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญ คือการตรวจสอบว่ามีการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นบิดาหรือมารดาของเด็กหญิงสัญชาติไทยเพื่อดำเนินการทางทะเบียน หรือใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตพำนักในราชอาณาจักรโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ รวมถึงมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสารดังกล่าวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ผลตรวจ DNA เป็นเพียงหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ทางชีวภาพ ไม่ได้หมายความว่าการแจ้งเกิด การรับรองบุตร หรือการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของเด็กหญิงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ เนื่องจากยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานะบุคคลอย่างรอบด้าน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีร่วมกับกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเอกสารทางทะเบียน และขั้นตอนการรับรองความสัมพันธ์ทางครอบครัว หากพบว่ามีบุคคลใดใช้เอกสารอันเป็นเท็จหรือกระทำความผิดตามกฎหมาย จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป