พนักงาน 44 ชีวิต ช็อก! อบต.หน้าพระลานเลิกจ้าง-ไม่ต่อสัญญา นายก อบต.แจงสาเหตุ
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์ พรพิมล นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี พร้อมคณะกรรมการสมาคม ออกแถลงการณ์กรณีการไม่ต่อสัญญาจ้างพนักงานตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไปของ องค์การบริหารส่วนตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี จำนวน 44 คน ที่ครบสัญญาจ้าง และถูก อบต.หน้าพระลานเลิกจ้างทั้งหมด โดยมี น.ส.สุรัตน์ ดวงสุวรรณ์ (อดีต) ผู้ช่วยนักวิเคราะห์นโยบายและแผน เป็นตัวแทนกลุ่มผู้ถูกเลิกจ้างหอบเอกสารเข้ายื่นขอความช่วยเหลือต่อสมาคม
พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์กล่าวว่า ด้วยสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรีได้รับเรื่องร้องเรียน และความเดือดร้อนของพนักงานจ้างตามภารกิจและพนักงานจ้างทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลหน้าพระลาน กรณีสิ้นสุดสัญญาจ้าง หรือการไม่ต่อสัญญาจ้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานและครอบครัวในด้านรายได้ ความมั่นคงในการดำรงชีพ และการวางแผนชีวิตในระยะต่อไป โดยเฉพาะบุคลากรที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้การบริการประชาชนและสนับสนุนภารกิจของ อบต.หน้าพระลานมายาวนานอย่างต่อเนื่อง
พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์กล่าวว่า สมาคมตระหนักดีว่าการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการภายใต้กฎหมาย หลักเกณฑ์ และอำนาจหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อจำกัดของงบประมาณ และความจำเป็นในการจัดบริการสาธารณะ อย่างไรก็ตามการพิจารณาเกี่ยวกับการจ้าง การต่อสัญญา หรือการสิ้นสุดสัญญาจ้าง ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง มีเหตุผลที่ชัดเจนสามารถอธิบายได้ การดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกเลิกจ้าง

พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์กล่าวว่า สมาคมมิได้มีเจตนาก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน แต่เห็นว่ากรณีดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบและข้อชี้แจงอย่างรอบด้าน เพื่อให้สาธารณชนและผู้ได้รับผลกระทบเกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง และเพื่อให้การดำเนินการของหน่วยงานเป็นไปตามหลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล และมาตรฐานการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ด้วยเหตุนี้ สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรีจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาดำเนินการ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ “ผู้ถูกเลิกจ้าง” ดังกล่าวนี้ต่อไปด้วย
พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับการสิ้นสุดสัญญาจ้าง หรือการไม่ต่อสัญญาจ้างของพนักงานตามภารกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยพิจารณาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เหตุผลความจำเป็น หลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงาน ระยะเวลาการแจ้งให้ทราบ และขั้นตอนการดำเนินการครบถ้วนเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบกระทรวงมหาดไทย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างพนักงานจ้าง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบการใช้อำนาจ การปฏิบัติตามขั้นตอน การใช้ดุลยพินิจว่าเป็นไปโดยสุจริต เสมอภาค และปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือไม่ หากพบข้อบกพร่อง ขอให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย
พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์กล่าวว่า ขอให้เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบในการชี้แจงข้อเท็จจริง ยื่นเอกสาร หรือให้ข้อมูลที่จำเป็น และขอให้หน่วยงานรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างเป็นกลาง โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและสิทธิในการได้รับทราบเหตุผล ตลอดจนช่องทางการร้องทุกข์หรืออุทธรณ์ที่เกี่ยวข้อง
พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์กล่าวว่า การเรียกร้องในครั้งนี้ สมาคมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม เป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มิได้มุ่งสร้างความขัดแย้งหรือกล่าวโทษบุคคลใดล่วงหน้า หากผลการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงประการใด ขอให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างยุติธรรม ทั้งนี้เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม ขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารงานของส่วนราชการท้องถิ่น

ด้าน น.ส.สุรัตน์ พนักงานจ้างภารกิจ หนึ่งใน 44 คนที่ถูก อบต.หน้าพระลานไม่ต่อสัญญาให้ กล่าวว่า ตนปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ช่วยนักวิเคราะห์และแผน อัตราเงินเดือน 27,000 บาทเศษ ต้องถูกเลิกจ้างหากจะกลับเข้าทำงานใหม่ต้องเริ่มเป็นลูกจ้างเงินเดือน 9,000 บาท ซึ่งได้รับคำชี้แจงจากผู้บริหารว่าเป็นการปรับโครงสร้างอัตรากำลัง อบต.มีภาระค่าใช้จ่าย “ปริ่มๆ” จึงจำเป็นต้องลดภาระค่าใช้จ่าย แต่พวกหนูดูแล้ว คือไม่ได้เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นอยู่ก็แค่ประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ มันไม่เกิน แล้วภารกิจที่พวกหนูทำอยู่มันก็ยังเป็นภารกิจต่อเนื่องซึ่งผลการประเมินยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีตลอด พวกตนก็เลยสงสัยว่า “ทำไมไม่ต่อสัญญาจ้าง” ให้เรา ทำเหมือนประมาณว่าไม่ต่อสัญญาจ้างก็ให้ไปทำจ้างเหมา เพื่อรอที่จะมีการเปิดสอบเข้ารับเงินเดือนใหม่ 14,600 บาท ซึ่งมีผลกระทบกับตัวเรา เพราะเราเงินเดือนสูงอยู่แล้ว เป็นเสาหลักของครอบครัว มีค่าใช้จ่ายสูง ยังมีหนี้ จึงไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้ และไม่รู้จะสอบเมื่อไหร่ มีข่าวว่าจะเป็นเดือนธันวาคมจริงหรือเปล่า จะสอบได้หรือไม่ หากตนสอบได้กลับเข้าไปทำงานเดิม แต่เงินเดือนน้อยกว่าเก่า ไปหางานใหม่ก็ยาก อายุ 40 ปีแล้ว มีเพื่อนๆ หลายคนเราก็เข้าใจพวกเขา ต่างทำใจ เพราะไม่มีที่ไปจำยอมกลับไปเป็นลูกจ้างรับเงินเดือน 9,000 บาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทุกคนเงินเดือนเกิน 14,500 บาทแล้วทั้งสิ้น แต่ก็มีบางคนที่ทำใจไม่ได้ ยอมออกไปเลยก็มีหลายคน
น.ส.สุรัตน์กล่าวว่า คณะผู้บริหารโปรดเห็นใจพวกตนด้วย บุคลากรผู้ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่อายุงานมากเกิน 10 ปีแล้วทั้งสิ้น ทุกคนเงินเดือนเกิน 15,000 บาท ทำงานที่นี่มาก่อนที่ พวกท่านจะสมัครลงรับเลือกตั้งเสียอีก
ในเวลาต่อมา พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์ และคณะ เดินทางไปที่ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี เพื่อยื่นหนังสือ ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อ นายธีระรัตน์ วงษ์จักษ์ ท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี และนายสุรพันธ์ ศิลปะสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และสุดท้ายได้ไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสระบุรีด้วย
ด้าน ดร.ธนพิพัฒน์ (นายกลิ้ม) วิธูชุลีโชติ นายก อบต.หน้าพระลาน กล่าวว่า การเลิกจ้างพนักงานนั้น ความเป็นจริง เป็นการปรับปรุงแผนอัตรากำลัง 3 ปีที่ครบสัญญาจ้างในปี 2570 เนื่องจาก อบต.หน้าพระลาน ได้ดำเนินการบริหาร จะมีลูกจ้างภารกิจทั่วไป และจ้างเหมา การปรับปรุงแผนอัตรากำลังในครั้งนี้เพราะว่าเป็นการครบสัญญา 3 ปีพอดี และการทำงานไม่ถูกรูปแบบหลายตำแหน่ง เช่น ช่างไปทำงานปลัด ปลัดไปทำงานของสาธารณสุข หรือช่างไปทำงานสาธารณสุข เราจึงจะปรับให้ถูกต้องทั้งหมด ส่วนในภารกิจผู้ช่วยต่างๆ เมื่อมีข้าราชการตัวจริงมาแล้ว เราก็ควรที่จะยุบตำแหน่ง เนื่องจากว่ามีข้าราชการประจำมาแล้ว และงานก็ไม่มากพอที่จะต้องมีผู้ช่วย ซึ่งการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จะมีผลกระทบแน่นอนกับคนที่มีเงินเดือนสูง แต่พอมาปรับแผนใหม่กลับมาตำแหน่งอีกตำแหน่งหนึ่งในการต่อ และมาเริ่มใหม่เงินเดือนก็ต้องน้อย แต่ใน 44 ราย กว่าครึ่งหนึ่งที่เป็นจ้างเหมา ในแผนงานหน้าพระลาน 3 ปี เราจะทำให้เป็นทั่วไป กับเป็นภารกิจเท่านั้น ด้วยเหตุที่จ้างเหมา เป็นการจ้างที่ทำงานนอกสถานที่ จะเป็นจ้างเหมากองช่าง จ้างเหมาสาธารณสุขต่างๆ ที่จ้างเหมาเขาได้เงินเดือนน้อยคือ 9,000 บาท ณ วันที่รับกัน ทางเราเลยมองว่าเขาควรได้สิทธิต่างๆ เพราะว่าเขาทำงานข้างนอกส่วนใหญ่ และในครั้งนี้เราจะปรับเป็นจ้างเหมาทั้งหมด และส่วนจ้างเหมาก็จะปรับเป็นทั่วไปทั้งหมด ส่วนจ้างเหมาอายุเกิน 60 ปี ก็จะดูว่าจะจ้างใครที่ 60 ที่ยังทำงานอยู่ เราไม่มีที่จะไปปลดใครทิ้งหรือเลิกจ้างใคร ซึ่งเราก็ยังจ้างคนเก่าอยู่ทั้งนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่อาจจะได้งานใหม่ หรือไม่ประสงค์ที่จะอยู่ต่อ แต่ถ้าอยู่ต่อต้องเป็นลูกจ้างเหมา ภายใน 2-3 เดือนนี้ ที่จะทำการสอบ เพื่อเป็นทั่วไป กับเป็นภารกิจ
ส่วนเงินเดือนคนที่อยู่นานก็จะสูง พอปรับใหม่ก็จะใช้ฐานเงินเดือนใหม่ ซึ่งทาง อบต.ก็ยังให้ความช่วยเหลือพนักงานทุกคน โดยที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และจะไม่ให้มีใครตกงาน ซึ่งการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ตนเองทราบดีว่าจะทำให้เงินที่เคยได้รับอยู่นั้นหายไปเป็นหลักหมื่น ซึ่งหลังจากปรับแล้ว สิทธิต่างๆ ที่เคยได้รับก็จะกลับคืนมาหมด ส่วนที่จะไม่ได้รับสิทธิเลยก็จะเป็นพวกลูกจ้างเหมา แต่ถ้าเป็นทั่วไปเขาก็จะได้สิทธินี้มากกว่าที่ไม่กี่คนนั้น ส่วนการเลิกจ้างนั้นทาง อบต.มีการประชุม พิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ ในเนื้อหาที่จะมีการปรับแผนในระยะเวลา 3 ปีซึ่งจะหมดวาระในปี 2569 เนื่องจากสัญญามีการสิ้นสุด และเมื่อประชุมจบก็จึงมีการเสนอยังท้องถิ่นจังหวัดในการปรับปรุงแผนอัตรากำลัง ซึ่งทางจังหวัดก็อนุญาตให้ปรับปรุง ทางเราก็เลยปรับปรุงแผนอัตรากำลัง 3 ปี ซึ่งการปรับปรุงแผนในระยะยาวจะดีกว่า ซึ่งพนักงานข้างนอกที่เขาเหนื่อย เขาก็จะได้รับเงินมากขึ้นในตำแหน่งทั่วไปแต่จะเป็นจ้างเหมา ซึ่งจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบเพียง 3-4 คน เนื่องจากเงินเดือนที่สูง แต่เงิน 9,000 บาทนั้นก็ไม่นาน ใน 2 เดือนแรกที่ตั้งไว้หลังจากนั้นก็จะเป็นจ้างทั่วไป และเป็นภารกิจ ตนเองยอมรับด้วยเกียรติว่า ไม่เคยคิดที่จะกลั่นแกล้งใคร และคิดสิ่งใดที่ทำให้เด็กเราไม่สบายใจ แต่ด้วยการปรับปรุงแผนมันก็ต้องมีคนได้ประโยชน์


