จากกรณี นายสายชล ยิ้มลำไย อายุ 43 ปี ใช้มีดฟัน นายสิทธิชัย อาสนะ หลานเขยได้รับบาดเจ็บและใช้มีดจี้ นางสำรวย ยิ้มลำไย อายุ 47 ปี พี่สะใภ้ ให้ไปค้นเอาปืนแม็กกาซีน 9 มม. ของพี่ชาย สามีของนางสำรวย แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จนรถล้มและใช้ปืนยิงถูกรถยนต์ของชาวบ้านที่ผ่านมาได้รับความเสียหาย และ นายสายชล ก็หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 29 มิถุนายน 2560 เหตุเกิดบริเวณหลังบ้านเลขที่ 27/1 หมู่ที่ 7 ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี นั้น
คืบกรณีหน้าอาเขยใช้มีดแทงหลานยอมมอบตัวแล้วทนแรงกดดันไม่ไหว เวลา 13.30 น.วันที่ 2 กรกฏาคม พล.ต.ต ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี พร้อม กำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิหารแดง พยายามเกลี่ยกล่อมให้ นายสายชล ยิ้มลำไย ยอมมอบตัว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลัง เข้าปิดล้อม บริเวณบ้านที่เคยก่อเหตุ 27/1 หมู่ที่ 7 ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี สืบทราบว่า มาดกบดานกลับมาหลบอยู่ที่บ้านดังกล่าวตั้งแต่ 17.00 น.ของวันที่ 1 กรกฏาคม ที่ผ่านมา

นายสายชล พยายามบ่ายเบี่ยง ขอเวลาตนเองทำใจ นอนพักที่บ้านหลังดังกล่าวก่อน แล้วจะออกมามอบตัวในภายหลัง แต่ทางด้านเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ พยายามกดดัน และให้เพื่อนๆของนายสายชลช่วยเกลี้ยกล่อมอยู่เป็นเวลานาน จากนั้นได้ใช้ มาตรการตัดน้ำตัดไฟ พร้อม กระจายกำลัง และอาวุธครบมือ ตรึง ปิดล้อมทางเข้าออก ที่เกรงว่าผู้ก่อเหตุอาจคิดหลบหนี หรือยิงปืนต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เวลาผ่านไป เกือบกว่า 20 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึง พยายามเกลี้ย กล่อมอีกครั้ง โดยให้เพื่อนสนิทและญาติ โทรศัพท์ พูดคุย นายอำเภอวิหารดง ก็มาพูดคุยเกลี้ยกล่อม จน นายสายชลยอมมอบตัว
โดยเปิดประตูห้องออกมาแล้วยื่นปืนขนาด 9 มม. ที่ขโมยไปจากพี่ชาย มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ก็ตกใจไม่คิดว่าคนร้ายจะพรวดพลาดออกมา พร้อม เครื่องกระสุนปืนที่เหลือ จากที่ขโมยไป จำนวน 16 ลูก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปลอบ และให้น้ำดื่มเพื่อคลายความเครียด เพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนำไปสอบสวนเพิ่มเติม และทั้งตั้ง 5 ข้อหาหนัก 1.ลักทรัพย์ 2.พยายามฆ่าโดยเจตนา 3.ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ 4. มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต 5พกหาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งตัวดำเนินคดีต่อไป เหตุเกิดเพราะความเครียด

