เสียงสะท้อนจากแรงงานข้ามชาติที่มีต่อ พ.ร.ก.ต่างด้าว
วันที่ 2 กรฎาคม 2560 นายสมพงษ์ สระแก้ว ผอ.มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านมหาชัยเมืองทอง ต.บางหญาแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้จัดประชุมเสวนารับฟังความคิดเห็นเสียงสะท้อนจากตัวแทนแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยมีตัวแทนแรงงานชาวเมียนมา ทั้งในจังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 30 คน มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความคิดจากเพื่อนๆ แรงงานข้ามชาติที่ทำงานอยู่ในทุกอาชีพที่ได้พบมา ซึ่งจากการพูดคุยกับบรรดาตัวแทนผู้ใช้แรงงานทราบว่า ขณะนี้ได้มีแรงงานข้ามชาติซึ่งเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายและแรงงานถูกกฎหมายแต่ขาดหลักฐานเอกสาร เช่น เปลี่ยนนายจ้างและบางคนถูกหลอกให้ทำพาสปอร์ตปลอม ก็ไม่กล้าที่จะอยู่ต่อไป ทยอยเดินทางกลับประเทศจำนวนนับหมื่นคนแล้ว
นายสมพงษ์ สระแก้ว ผอ.มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) กล่าวว่า แรงงานที่กลับประเทศช่วงนี้มี 2 ประเภท คือ แรงงานที่ไม่มีอะไรเลย หรือที่เรียกกันว่า แรงงานเถื่อน ส่วนอีกประเภทหนึ่ง คือ แรงงานที่มีหลักฐานแต่ไม่ครบถ้วน และ แรงงานถูกหลอกให้ทำเอกสารปลอม คือ พาสปอร์ตปลอม ที่ทำกับหน้าหน้าเถื่อน ซึ่งล้วนแล้วแต่กลัวถูกจับ จึงเดินทางกลับประเทศไปก่อน

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอที่แรงงานอยากได้ คือ ขอให้มีการย้ายนายจ้างได้อย่างสะดวก และขอพกเอกสารไว้กับตัว ป้องกันการถูกจับกุม เพราะส่วนใหญ่นายจ้างจะยึดหลักฐานไปหมด แค่เพียงถ่ายเอกสารไว้ให้ นอกจากนี้แรงงานอยากให้ภาครัฐเปิดโอกาสให้จดทะเบียนแรงงานอีกรอบ เพื่อที่แรงงานที่อยู่ใต้ดินจะได้ออกมา หรือไม่ก็ขอให้มีความชัดเจนว่าจะมีหรือไม่มีการจดทะเบียนแรงงานอีกหรือไม่ จะได้ตั้งตัวถูกว่าจะอยู่หรือกลับ เพราะที่ผ่านมาแรงงานจะถูกชักจูงจากพวกนายหน้าว่าให้เข้ามาก่อน เดี๋ยวรัฐบาลก็เปิดให้จดใหม่ และอีกประการในช่วงที่ผ่อนผัน 120 วัน ขอว่าอย่าจับกุมแรงงาน และถ้าเป็นไปได้อยากให้การนำเข้าแรงงานผ่านภาครัฐของประเทศเมียนมา และมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าปัจจุบัน ซึ่งประมาณ20,000 บาทต่อคน
นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆอีกมากมาย เช่น แรงงานบางคนที่เคยถือพาสปอร์ตนักท่องเที่ยว ที่มีรหัส PV ซึ่งสามารถมายื่นขอใบอนุญาตทำงานได้ แต่ต้องเปลี่ยนพาสปอร์ตที่มีรหัส PJ สำหรับทำงานได้ ซึ่งต้องเดินทางไปประเทศเมียนมาร์ เพื่อทำการเปลี่ยน ซึ่งมีการเสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งอยากให้ผู้ที่ถือ CI หรือเอกสารที่ใช้แทนบัตรประชาชน สามารถใช้ได้ต่อไปโดยไม่ต้องทำพาสปอร์ต นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่จะใช้ช่วงเวลาที่แรงงานไปแจ้งเปลี่ยนนายจ้างหรือเอกสารจะถูกจับกุมในช่วงนั้น หากพบว่ามีเอกสารที่ไม่ถูกต้อง จึงทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และแรงงานได้กล่าวว่า หากไม่มีการจดทะเบียนแรงงานเถื่อนให้ถูกต้องอีกรอบ แรงงานที่มีอยู่ทั้งที่ผิดกฎหมายและถูกกฎหมาย อาจจะทยอยกับเดินทางกลับประเทศแน่นอน

