หน้าแรก ภูมิภาค สมาคมชาวไร่อ้...

สมาคมชาวไร่อ้อย ออกโรงอ้อนนายกฯ ขาดแคลนแรงงานหนัก พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวพ่นพิษ

2.07.17 | 19:53 น.

เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้ 2 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรีรายงานสถานการณ์แรงงานต่างด้าว หลังจากรัฐบาลประกาศบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยแรงงานต่างด้าวปี 60 พบว่าทำให้แรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียมา ที่ทำงานในประเทศไทย พากันทยอยเดินทางกลับคืนสู่ประเทศตนเอง กันทั่วประเทศ ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรตกรรม เพื่อที่จะข้ามไปทำเอกสารให้ให้ถูกต้อง ตามคำสั่งของรัฐบาล


ในส่วนแรงงานต่างด้าวทางภาคตะวันออกนั้น พบมีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาทยอยกลับประเทศทางพรมแดนอรัญประเทศวันละ 200-300 คนโดยเฉพาะผ่านถนนสายสุวรรณศร หรือ 33 (กบินทร์บุรี – สระแก้ว) ซึ่งจุดสกัดด่านบ้านแก้ง สภ.เขาสิงโต อ.เมือง จ.สระแก้ว พบในวันหยุดมีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา จำนวนมากที่เดินทางกลับส่วนใหญ่จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ,ภาคตะวันออก ,ปริมณฑล และจ.ปราจีนบุรี

โดยในส่วนจังหวัดปราจีนบุรี พบผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ที่ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวต่างได้รับความเดือดร้อนไปตามๆกัน โดยเฉพาะทางสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพาสาขาปราจีนบุรี โดยนายเนย สุขประเสริฐ ประธานสมาคมสาขาปราจีนบุรี กรรมการและชาวไร่อ้อย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “ทันทีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ทำให้แรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในพื้นที่รับจ้างทำไร่อ้อย และโรงหีบ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี ต่างพากันเดินทางกลับประเทศกันหมด ทำให้นายจ้างที่เป็นเจ้าของสวนตกอยู่ใสภาวะที่ลำบาก ไม่มีแรงงานทำงาน ในไร่อ้อย , สวนปาล์ม ,สวนยางพารา รวมถึงไร่มันสำปะหลัง และกรรมกรทั่วไป ต้องคิดหนักในการหาแรงงานมาช่วย ใส่ปุ๋ย ฉีดยาในไร่สวน”

แรงงานคนไทยเอง ก็หายากมากเพราะคนหนุ่มสาวไม่ทำงานด้านนี้ โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมรองรับจำนวนมาก จึงไม่นิยมใช้แรงงาน เจ้าของทำเอง คงไม่ไหวแน่นอน เพราะเกษตรกรมีที่ดินมากกว่าร้อยไร่คนหนึ่งมีที่ดินมากถึง 300ไร่อย่างต่ำสุด แม้ว่ารัฐจะผ่อนผันให้อีก120วัน ไม่น่า จะมีแรงงานกลับคืนเข้ามาทำงานในไร่ในสวนได้ทัน”

Advertisement

“ เพราะว่าการทำบอเดอร์พาส (ใบผ่านแดน) นั้น จากการสอบถามแรงงานต่างด้าว และเจ้าหน้าที่ ตม. ต่างบอกว่า ต้องใช้เงินเป็นหมื่น ถึงจะทำได้ แรงงานต่างด้าว ไม่มีเงินมากถึงขนาดนั้น เอกสารตัวอื่นไม่สามารถเข้ามาทำงานในไทยได้เป็นเวลานาน”นายเนยกล่าว

และกล่าวต่อไปว่า “ การนำแรงงานต่างด้าว เข้ามาทำงานในภาคการเกษตรกรรม ของชาวไร่อ้อย ,สวนยางพารา, ปล์าม และ ไร่มันสำปะหลัง ในพื้นที่ วังท่าช้าง นั้น จะใช้ระยะเวลาที่แน่นอน ไม่เกิน 3เดือน ก็จะหมดการว่าจ้างกันแล้ว จะหาแรงงานมาทำงานอีกก็ช่วงฤดูการทำไร่ทำสวนเท่านั้น

โดยในพื้นที่ ต.วังท่าช้างกับ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี มีความต้องการแรงงานต่างด้าวมากถึง 2,500 คน มากที่สุดในตัวอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี”นายเนยกล่าว

ด้านนายบุญเลิศ จันสวาท ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ต.วังท่าช้าง กล่าวว่า “ ตนและลูกบ้านมีอาชีพทำไร่อ้อยกัน คนละ 200 ไร่ ได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะกัมพูชา ที่พื้นที่อยู่ใกล้เคียง อยากฝากถึงรัฐบาล รีบช่วยหาทางช่วยเหลือด้านแรงงาน ด่วนที่สุด โดยช่วงหน้าฝนนี้ ทำให้วัชพืชปกคลุมพืชไร่ อาจส่งผลให้พืชไร่ ไม่งามอาจส่งผลให้โตไม่เต็มที่ เสียโอกาสด้านการขายผลผลิต เพราะแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในพื้นที่ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้นายจ้าง”นายบุญเลิศกล่าว

ขณะที่นายอำนวย เงินโสม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า “ยืนยันว่าเดือดร้อนและทุกข์ใจมาก กับเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ในพื้นที่เขาไม้แก้วนั้นเดือดร้อนทั้งพ่อค้าแม่ค้าในหมู่บ้าน ไม่มีแรงงานต่างด้าวค้าขายกับข้าวไม่ได้เท่าที่ ไม่มีแรงงานมาซื้อหา หรือในตลาดโรงเกลือ อ.กบินทร์บุรีพบเงียบทั้งตลาด จึงอยากฝากถึงรัฐบาล ให้เร่งรีบอนุญาตให้นายจ้างรับแรงงานต่างด้าวกลับเข้ามาทำงานได้ในเร็ววันนี้ หากชักช้าประชาชนที่มีไร่อ้อย อาจทำให้อ้อยไม่โตไม่มีน้ำหนักย่อมส่งผลให้ขายไม่ได้ราคามีแต่เสียกับเสีย”

ด้านนายสละ ชนภัย , นายนฤดม และนาย ศักดิ์ชัย หวังหมู่กลาง เกษตรกรไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลังต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “อยากวิงวอนขอให้นายกรัฐมนตรีเห็นใจเกษตรกรตาดำๆ เร่งหาทางให้ใหม่เพราะต้องการแรงงาน มาทำงานในไร่สวน ด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่รู้ว่าเสียงของประชาชนคนธรรมดาจะดังถึงหูผู้นำประเทศหรือไม่”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม มีสิ่งที่ผู้ประกอบการ ,นายจ้าง ที่ว่าจ้างปรงงานต่างด้าวไม่กล้าเปิดเผยคือ หากที่ใดที่มีการว่าจ้างต่างด้าว โดยเฉพาะผิดกฎหมาย มักมีผู้อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปทำการ ข่มขู่รีดไถ ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยจ่ายในรูปแบบรายเดือน หรือ รายบุคคลที่ทางรัฐบาลต้องรีบสะสาง