หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าของร้านดั...

เจ้าของร้านดัง แจ้งความ สภ.ไทรน้อย เอาผิดอินฟลูฯ ขู่รีดเงิน 2.5 หมื่น-ดิสเครดิตร้าน 1 ดาว

25.10.26 | 16:53 น.

เจ้าของร้านดัง แจ้งความ สภ.ไทรน้อย เอาผิดอินฟลูฯ ขู่รีดเงิน 2.5 หมื่น-ดิสเครดิตร้าน 1 ดาว

จากกรณีเจ้าของร้านอาหารชื่อดังใน จ.นนทบุรี ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอ ระบายความในใจหลังได้รับการติดต่อจากเจ้าของเพจรีวิวอาหารชื่อดัง ผู้ติดตามประมาณ 300,000 คน โดยส่งข้อความขอเข้ามารีวิวอาหารภายในร้าน ระบุขอสนับสนุนอาหาร และขู่หากไม่ให้ทานอาหารฟรีจะคิดค่ารีวิว 25,000 บาท แล้วถ้าอาหารไม่อร่อยจะทําคลิปให้เสียหายด้วยการให้คะแนน 1 ดาว

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย เปิดเผยว่า วันนี้เจ้าของร้านอาหารประกาย เข้ามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับบุคคลที่เป็นอินฟลูฯ ซึ่งเป็นบุคคลที่ติดต่อขอรีวิวร้านอาหาร พร้อมขอสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่ม แต่ทางร้านปฏิเสธไป หลังจากนั้นถูกข่มขู่รีวิวให้ร้านเสื่อมเสีย ทางร้านกลัวว่าจะเกิดปัญหา นอกจากนี้ยังเรียกค่ารีวิว 25,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่รีวิวให้ร้านเสียหาย เจ้าของร้านจึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน


พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชากล่าวว่า สำหรับคดีนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาได้ โดยทางผู้ข่มขู่ที่เป็นอินฟลูฯ มีความผิดในฐานกรรโชกทรัพย์ การทำให้ผู้อื่นกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และการคุกคามผู้อื่น ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะติดต่อกับผู้เสียหายให้มาแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้ง เพื่อเชิญตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้านประกายบางใหญ่ ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีเจ้าของร้านอัดคลิประบุว่า ถูกเพจรีวิวอาหาร ที่มีคนติดตามกว่า 3 แสนคน เรียกเงินค่ารีวิวร้าน แต่หากร้านไม่ตกลงจะรีวิวให้ยับด้วยการให้ 1 ดาว จนกลายเป็นประเด็นในโลกโซเชียล โดยส่วนใหญ่อยากรู้ว่าเพจรีวิวอาหารคือเพจใด

น.ส.สโรชา รุ่งรัศมี อายุ 33 ปี เจ้าของร้านประกายบางใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา มีข้อความจากเฟซบุ๊กส่วนตัวทักมาที่เพจของร้านว่า เป็นเพจรีวิวร้านอาหารที่มีคนติดตามกว่า 3 แสนคน โดยจะเข้ามาที่ร้านเพื่อรีวิวให้ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว ทำให้ร้านมีคนมาใช้บริการจำนวนมาก ด้วยความที่ยุ่งๆ จึงปฏิเสธไป แต่กลับถูกเพจดังกล่าวขู่เรียกเงินค่าทำรีวิว 2.5 หมื่นบาท และถ้าทางร้านไม่ให้จะอัดคลิปแฉให้ร้านเสียหาย แต่ในตอนนั้น เนื่องจากมีลูกค้าที่ร้านจำนวนมาก จึงบอกปัดทางเพจไปทั้งหมด พร้อมคิดในใจว่า “อิหยังวะ”

Advertisement

น.ส.สโรชากล่าวว่า ต่อมาตนอัดคลิปเหตุการณ์ที่ถูกเพจมาข่มขู่ลงโซเชียล ปรากฏว่ามีร้านอาหารในพื้นที่ใกล้เคียงกันทักมาบอกว่าเคยเจอข่มขู่ในลักษณะแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่ตนไม่มั่นใจว่ามาจากเพจเดียวกันหรือไม่ จนกระทั่งคลิปเริ่มแมสในโซเชียล มีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น ก็มีคนทักมาถามให้เปิดเผยชื่อเพจ เพื่อให้สังคมรับรู้

แต่ตนถูกทนายความทักมาเตือนว่า ให้ระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลบุคคลที่ 3 แม้ว่าเขาจะเป็นคนผิดก็ตาม เพราะเขาอาจฟ้องกลับเอาผิดตนได้ ทำให้ตัดสินใจไม่เปิดเผยชื่อเพจไป ทั้งที่มีข้อมูลทั้งหมด แต่เราไม่สามารถเล่าได้ทั้งหมด เพราะเวลาถูกฟ้องร้องมา เราจะโดนคนเดียว โดดเดี่ยวที่หน้าศาลคนเดียว สังคมไม่ได้มาโดนกับเราด้วย รวมทั้งเจ้าของเพจรีวิวได้ติดต่อกลับมา พร้อมขอโทษและไม่ให้เปิดเผยชื่อเพจ ทำให้ตัดสินใจยังไม่เปิดเผยชื่อเพจและข้อมูลในตอนนั้น

น.ส.สโรชากล่าวว่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ต.ค. คลิปกลายเป็นกระแสในโซเชียล และถูกกระแสโซเชียลสงสัยกลับมาว่า ตนปั่นเรื่องเอง เพื่อเรียกยอดคนติดตามของร้าน ทำให้ตนเริ่มค้นหาข้อมูลของเพจดังกล่าวที่จะมารีวิวข่มขู่ จนไปพบว่าเพจนี้ลักษณะเหมือนมิจฉาชีพที่ไปขอซื้อเพจมาแล้วหลอกรีวิวร้านค้าร้านอาหาร เพื่อจะเรียกรับเงิน เพราะหากร้านตอบตกลงไปก็จะต้องจ่ายค่ามัดจำให้ทางเพจ ก่อนจะลงพื้นที่มารีวิวให้กับร้าน แต่สิ่งที่ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่า เพจนี้อาจเป็นเพจมิจฉาชีพ เพราะตนไปพบข้อมูลว่าผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กมีประวัติอยู่ในรายชื่อหลอกลวงขายเสื้อผ้ามือสองและพระเครื่องด้วย

“ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ส่วนคำถามที่ว่ารู้สึกอย่างไรที่สังคมมองว่าเรื่องนี้อาจสร้างกระแสขึ้นมา เพื่อเชียร์ร้านตัวเองนั้น ขอบอกว่า ทำไมเราต้องมาพิสูจน์ตัวเองในเรื่องนี้ด้วย ทั้งที่เป็นเรื่องจริง และเราก็ต้องปกป้องตัวเองก่อน จะไปเอากระแสมาทำอะไรแบบนี้ ทั้งที่ก็มีฐานลูกค้าประจำอยู่แล้ว เปิดมา 11 เดือนแล้วเดือนหน้าก็ครบปี ไม่ต้องมาสร้างกระแสอะไรแบบนี้หรอก เพียงแต่บางเรื่องเมื่อมีคนทักมาให้ระวัง ก็แค่ระวังเอาไว้เท่านั้น”

ที่มา ข่าวสด