หน้าแรก ภูมิภาค โลหะหนักถล่มป...

โลหะหนักถล่มปราจีน! ชาวบ้านผวา รักษาการผู้ว่าฯนัดถกซ้ำ27ต.ค. สั่งปูพรมลุยตรวจโรงงานด่วน

25.10.26 | 17:51 น.

โลหะหนักถล่มปราจีน! คพ.แจงรายงานข้อมูล”คลาดเคลื่อน” ทำชาวบ้านผวา อัดหวังช่วยนายทุน รักษาการผู้ว่าฯนัดถกซ้ำ27ต.ค. สั่งปูพรมลุยตรวจโรงงานด่วน

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ออกมายอมรับความคลาดเคลื่อนในการรายงานผลการตรวจวัดสารพิษในพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีการสลับตัวเลขระหว่างค่าแอมโมเนียและค่าอะลูมิเนียม ซึ่งพบค่าแอมโมเนียอยู่ที่ 0.559-3.547 มก./ลิตร และค่าอะลูมิเนียมอยู่ที่ 0.22-0.48 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความตื่นตระหนกและข้อกังวลใจอย่างมากต่อความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อม

อ่านข่าว – คพ.แจง ค่า แอมโมเนียและอะลูมิเนียมในน้ำปราจีนคลาดเคลื่อน ตรวจใหม่เน้นพื้นที่ใกล้กลุ่มโรงงาน -พท.เกษตร


ล่าสุด นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมควบคุมมลพิษมาร่วมประชุมหารือในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของความผิดพลาดในการรายงานข้อมูล พร้อมกำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำในแต่ละจุดให้มีความชัดเจนครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด มีการกำหนดช่วงเวลาและตรวจซ้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อยืนยันความถูกต้องและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นอกจากนี้ จังหวัดได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานประเภท 105 และ 106 อย่างเข้มข้น ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปเพื่อปูพรมตรวจความปลอดภัยและป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี

“ส่วนประเด็นน้ำประปา การประปาส่วนภูมิภาคมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำดิบอย่างต่อเนื่องและรายงานให้จังหวัดทราบตลอดเวลา ขณะที่น้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ชนบทได้ประสานนายอำเภอแจ้งเตือนประชาชน หากหมู่บ้านใดวิตกกังวล สามารถขอความร่วมมือให้สำนักงานประปาส่วนภูมิภาคหรือห้องปฏิบัติการตรวจสอบค่าเบื้องต้นได้ทันที ทั้งนี้จังหวัดได้มอบหมายผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ปราจีนบุรีเร่งจัดประชุมร่วมกับทุกฝ่ายทั้งมาตรการป้องกัน การแก้ไขระยะสั้น และแผนเยียวยาในระยะยาว โดยสถานการณ์ระดับน้ำภาพรวมในพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง พบว่าระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องวันละประมาณ 4-5 เซนติเมตร” นายชนาธิปกล่าว

Advertisement

นายวีระยุทธ ทองกล่ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ และประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.ศรีมหาโพธิ เปิดเผยว่า ชาวบ้านตั้งแต่หมู่ 1-7 ต้องเผชิญกับปัญหากลิ่นเหม็นและคราบน้ำมันสีรุ้งที่มากับกระแสน้ำ ซึ่งมีต้นตอจากภูเขาขยะและโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้นาข้าวเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากช่วงกลางคืนคราบน้ำมันและก๊าซพิษจะลอยตัวแผ่กระจายปกคลุมผืนนาทำให้ต้นข้าวเหลืองตายเป็นแปลงๆ น้ำในคลองดำสนิทไหลยาวกว่า 10 กิโลเมตรถึงทุ่งกระทุ่ม ชาวบ้านกังวลใจว่าเมื่อน้ำแห้ง สารเคมีและโลหะหนักจะตกค้างในดินทำลายอาชีพเกษตรกรรมระยะยาว

“ตัวแทนชาวบ้านกว่า 2,000 คน ได้รวมตัวยื่นข้อเรียกร้องให้สั่งปิดและขนย้ายกากของเสียพร้อมเยียวยาด่วน มองว่ากรณี คพ.ออกมาชี้แจงตัวเลขสลับกัน อาจเป็นการพยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้ภาคเอกชนถูกตรวจสอบ ทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่น มองว่าภาครัฐมักให้ความช่วยเหลือกลุ่มทุนมากกว่าชาวบ้านตาดำๆ” นายวีระยุทธกล่าว

ด้าน นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง นำทีมลุยตรวจติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันสีรุ้งที่แพร่กระจายไปถึงทุ่งแพ้ว อ.บ้านสร้าง พร้อมแนะแนวทางแก้ไขจุดบกพร่องในการติดตั้งทุ่นกักคราบน้ำมัน (Boom) บริเวณสะพานหน้าเทศบาลใกล้แยกไฟแดงโคกปีบ และสะพานบางพลวง อ.ศรีมโหสถ ซึ่งพบปัญหาทุ่นกักน้ำมันจมน้ำเนื่องจากระดับน้ำและกระแสน้ำทำให้หมดประโยชน์ จึงต้องเร่งประสานชาวบ้านช่วยกันเฝ้าระวังดึงขึ้นมาลอยเหนือน้ำใหม่

นายสุนทรได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้ความผิดพลาดในการประกาศผลตรวจสารพิษของ คพ.จะเกิดขึ้นได้ แต่เป็นเรื่องที่สร้างความตื่นตระหนกเพราะประชาชนให้ความสนใจสูง หน่วยงานควรกลั่นกรองให้รอบคอบก่อนประกาศ การที่หน่วยงานรัฐนำผลตรวจที่ผิดพลาดมาให้ระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นายชนาธิป โคกมณี) เป็นผู้แถลงข่าว จนต้องมารับหน้าเสื่อและรับผิดชอบกระแสสังคมเชิงลบ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หน่วยงานต้นสังกัดควรเป็นผู้แถลงและรับผิดชอบข้อมูลของตนเองโดยตรง เพื่อไม่ให้ประชาชนสิ้นศรัทธา พร้อมย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการ X-ray ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องสงสัยทุกแห่งเพื่อปฏิรูปสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรีอย่างจริงจัง