หน้าแรก ภูมิภาค ณพลเดช จี้ รบ...

ณพลเดช จี้ รบ. ทบทวนงบพัฒนา จ.เชียงรายปี’70 ใหม่ ชี้หั่นเหลือ 75 ล. จากคำขอ 534 ล. หวั่นกระทบแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน

25.10.26 | 10:25 น.

ณพลเดช จี้ รบ. แจงงบพัฒนาจ.เชียงรายปี 70 หั่นเหลือ 75 ล. จากคำขอ 534 ล้านบาท ชงทบทวนใหม่ หวั่นกระทบแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ทั้ง เศรษฐกิจ – ความมั่นคง – ยาเสพติด

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จ.เชียงราย และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ในคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญงบประมาณ 2570 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตถึงความเพียงพอของงบประมาณพัฒนาจังหวัดเชียงราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 หลังได้รับจัดสรร 75.17 ล้านบาท จากวงเงินที่จังหวัดเสนอขอ 534.04 ล้านบาท หรือต่ำกว่าคำขอเดิมมากกว่าร้อยละ 85 พร้อมเสนอให้รัฐบาลทบทวนแนวทางจัดสรรงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยคำนึงถึงภารกิจเฉพาะของจังหวัดชายแดนที่มีความสำคัญต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลจากสำนักงานจังหวัดเชียงรายระบุว่า จังหวัดได้รับจัดสรรงบประมาณตามแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ปี 2570 จำนวน 75,171,300 บาท แบ่งเป็นงบดำเนินงาน 65,171,300 บาท และงบรายจ่ายอื่น 10 ล้านบาท ครอบคลุม 5 โครงการ 16 กิจกรรม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบอำนาจให้ 9 หน่วยงานดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง และเร่งเตรียมความพร้อมของโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อป้องกันงบประมาณตกค้างในช่วงท้ายปีงบประมาณ


อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเร่งรัดจัดซื้อจัดจ้างให้ทันกำหนด แต่ยังต้องพิจารณาว่า งบประมาณที่ได้รับจัดสรรเพียงพอต่อภารกิจและปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่หรือไม่ เพราะเชียงรายต้องดำเนินงานทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การจัดการไฟป่าและหมอกควัน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการประสานงานด้านความมั่นคงและการค้าชายแดน

งบประมาณ 3 ปี ต้องเปรียบเทียบบนฐานเดียวกัน

เมื่อพิจารณาข้อมูลที่มีการเผยแพร่ พบว่าในปีงบประมาณ 2569 เชียงรายได้รับจัดสรรงบพัฒนาจังหวัดและค่าใช้จ่ายบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการรวมประมาณ 315.47 ล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2570 ได้รับจัดสรร 75.17 ล้านบาท ลดลงประมาณ 240.30 ล้านบาท หรือร้อยละ 76.2 เมื่อเทียบกับตัวเลขปี 2569 ที่อ้างถึง
ขณะที่วงเงินที่จังหวัดเสนอขอในปี 2570 จำนวน 534.04 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับวงเงินที่ได้รับจัดสรร จะมีส่วนต่างประมาณ 458.87 ล้านบาท หรือคิดเป็นงบประมาณที่ได้รับต่ำกว่าคำขอเดิมประมาณร้อยละ 85.9

Advertisement

สำหรับปีงบประมาณ 2568 ควรตรวจสอบเอกสารจัดสรรงบประมาณฉบับสมบูรณ์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบย้อนหลังครบ 3 ปีด้วยขอบเขตงบประมาณประเภทเดียวกัน ไม่ปะปนกับงบของกระทรวง กรม งบกลาง งบฉุกเฉิน หรือเงินเหลื่อมปี ซึ่งมีวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์การใช้จ่ายแตกต่างกัน

การเปรียบเทียบย้อนหลังจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะยอดเงินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่ควรแสดงให้เห็นด้วยว่าแต่ละปีจังหวัดมีภารกิจใดที่ต้องดำเนินการ โครงการใดได้รับงบประมาณ และโครงการใดไม่ได้รับการสนับสนุน เพื่อประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงของงบประมาณส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่อย่างไร

งบลดลง แต่ภารกิจชายแดนยังต้องเดินหน้าต่อ

เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาและลาว และสามารถเชื่อมโยงต่อไปยังจีนผ่านเส้นทางการค้าและโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จึงมีบทบาทสำคัญทั้งด้านการค้าระหว่างประเทศ การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การลงทุน และการสร้างรายได้ให้กับประชาชน

ขณะเดียวกัน จังหวัดยังมีภารกิจที่ต้องประสานหลายหน่วยงาน ทั้งการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย การป้องกันการค้ามนุษย์ การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวและการเข้าเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย ตลอดจนการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนและไฟป่าหมอกควัน

แม้หน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานด้านความมั่นคงจะมีงบประมาณตามภารกิจของตนเอง แต่การแก้ปัญหาในพื้นที่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน การเชื่อมโยงข้อมูล และการสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน งบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดจึงควรมีบทบาทสนับสนุนการบูรณาการเหล่านี้อย่างเหมาะสม โดยไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

กระบวนการจัดสรรงบประมาณต้องพิจารณาตั้งแต่ต้นทาง

การจัดทำงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเริ่มจากการจัดทำแผนและคำขอของพื้นที่ ก่อนผ่านกระบวนการกลั่นกรองและจัดทำงบประมาณของหน่วยงานส่วนกลางและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาร่างงบประมาณและรัฐสภาตามขั้นตอน

ดังนั้น การที่จังหวัดได้รับงบประมาณต่ำกว่าคำขออย่างมาก ควรมีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกิดจากข้อจำกัดด้านกรอบวงเงิน การจัดลำดับความสำคัญ การพิจารณาความซ้ำซ้อน หรือเหตุผลด้านอื่นใด และโครงการที่ไม่ได้รับจัดสรรจะมีหน่วยงานใดรับผิดชอบดำเนินการต่อ

การเร่งจัดทำรายละเอียดโครงการและขอบเขตงาน หรือ TOR ตลอดจนการจัดซื้อจัดจ้างให้ทันกำหนดเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่สามารถทดแทนงบประมาณที่ไม่ได้รับจัดสรรได้ หากโครงการสำคัญไม่ได้รับงบประมาณตั้งแต่ต้น จังหวัดย่อมมีข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหา แม้จะพยายามบริหารงบประมาณที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพก็ตาม

เสนอเพิ่มน้ำหนักงบประมาณให้จังหวัดชายแดนเชิงยุทธศาสตร์

นายณพลเดช กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์จัดสรรงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่มีภารกิจระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ ผ่านแนวทางสำคัญ ได้แก่

1. จัดสรรงบประมาณตามภารกิจและความเสี่ยงของพื้นที่ โดยพิจารณาสภาพภูมิประเทศชายแดน ปริมาณการค้าผ่านแดน ความเสี่ยงด้านยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย ตลอดจนภาระด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการแรงงานข้ามแดน

2. สนับสนุนโครงการระดับกลุ่มจังหวัด ที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน เช่น การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การเชื่อมโยงด่านการค้า การท่องเที่ยวข้ามแดน และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง โดยกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบและตัวชี้วัดให้ชัดเจน

3. พิจารณางบประมาณเพิ่มเติมและแหล่งเงินที่เหมาะสมตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นงบกลาง งบประมาณเพิ่มเติม หรือเงินกู้ของรัฐที่มีกฎหมายรองรับ โดยต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์การใช้เงิน ความคุ้มค่า และภาระทางการคลัง

4. เปิดเผยโครงการที่ได้รับและไม่ได้รับงบประมาณ พร้อมประเมินผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ เพื่อให้รัฐบาลสามารถจัดลำดับความสำคัญและเติมเต็มงบประมาณในโครงการที่จำเป็นได้อย่างโปร่งใส

ลงทุนกับเชียงราย คือการพัฒนาประตูเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

การพัฒนาเชียงรายไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดหนึ่งจังหวัด แต่ควรมองในฐานะการลงทุนในพื้นที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศไทย เมียนมา ลาว และจีน ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างรายได้ ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

การจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอและสอดคล้องกับภารกิจจะช่วยให้จังหวัดสามารถวางแผนพัฒนาได้ต่อเนื่อง ขณะที่การกำหนดตัวชี้วัดและการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเงินภาษีของประชาชนถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า

ประเด็นที่รัฐบาลควรตอบให้ชัดเจนจึงไม่ใช่เพียงว่าเชียงรายจะบริหารงบประมาณ 75 ล้านบาทอย่างไร แต่ต้องตอบด้วยว่า หากภารกิจของจังหวัดมีมากกว่าวงเงินที่ได้รับจัดสรร จะมีกลไกใดรองรับโครงการที่จำเป็น และจะทำอย่างไรให้จังหวัดชายแดนที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศมีทรัพยากรเพียงพอต่อการปฏิบัติงานจริง

การจัดสรรงบประมาณให้เชียงรายอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงการเพิ่มงบให้จังหวัด แต่เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงชายแดน การค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ