สมเด็จพระสังฆราชเสด็จเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 ที่วัดโบสถ์ ซึ่งเป็นวัดพระอารามหลวง อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระเทพสารเวที(ประยงค์ ปภาโส) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีฝ่ายธรรมยุต และอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยมีสมเด็จพระวันรัต พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายทรงพล ใจกริ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พล.ต.อิทธิพล สุวรรณรัฐ ผบ.มทบ.13 พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ข้าราชการและประชาชนร่วมพิธีจำนวนมาก

โดยก่อนที่สมเด็จพระสัฆราชจะเสด็จมาอากาศร้อนอบอ้าวและต่อมาได้มีฝนตกลงมา แต่เมื่อสมเด็จพระวันรัตและพระสังฆราชได้เสด็จมาถึงพิธี ฝนก็ได้หยุดตกทำให้อากาศเย็นสบาย

สำหรับพระเทพสารเวที(ประยงค์ ปภาโส) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีฝ่ายธรรมยุต เดิมชื่อ ประยงค์ บัวทอง เกิดที่ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นบุตรนายเหลือ นางเฮง มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นบุตรคนที่ 3 เมื่อจบชั้นประถมปีที่ 4 ก็ได้บรรพชาที่วัดเซ่าสิงห์เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2502 และในปีเดียวกันนั้นเองก็ได้อุปสมบท ได้รับสมณฉายาว่า ปภาโส แปลว่าผู้มีแสงสว่าง

ต่อมาได้รับการชักชวนให้มาจำพรรษาที่วัดโบสถ์ พระเทพสุทธิโมลี(ผึ่ง โรจโน) เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ และเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี อุทัยธานี ฝ่ายธรรมยุต ได้ส่งเข้าศึกษาอบรมพระสังฆาธิการคณะธรรมยุตระดับเจ้าคณะอำเภอ รุ่นที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2515 เป็นเหตุให้เจริญวัฒนาในพระศาสนามาโดยลำดับ

ในปี พ.ศ. 2526 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดโบสถ์พระอารามหลวงชั้นโท ในปี พ.ศ. 2529 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดโบสถ์พระอารามหลวงชั้นเอก วันที่ 5 ธันวาคม 2535 ได้เป็นพระราชาคณะ มีราชทินนามว่า “พระสุนทรธรรมโสภิต”

ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี –อุทัยธานี (ธรรมยุต)และปี พ.ศ.2545 ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท(ธรรมยุต) อีกตำแหน่งหนึ่ง
ในปี พ.ศ. 2546 ได้ราชทินนามที่ พระราชวินัยเวที

ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานเลื่อนสมนศักดิ์ เป็น พระเทพสารเวที ยังความชื่มชมอนุโมทนามาสู่ศิษยานุศิษย์แต่ยังไม่พ้นหนึ่งเดือนหลังอาการอาพาธของท่านได้ปรากฎชัดเจนขึ้นโดยศิษยานุศิษย์ได้นำไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชพบว่าเป็นโรคมะเร็งตับ และได้มรณะภาพเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 สิริอายุ 78 ปี 1 เดือน 6 วัน นับพรรษาได้ 57 พรรษา

บทความก่อนหน้านี้ฟังยัง? ขับเสภากลอนบิ๊กตู่ ‘ประเทศไทย 4.0’ โดยกระทรวงศึกษาธิการ -โซเชียลแห่แชร์
บทความถัดไป‘หลวงปู่เกลี้ยง’ เกจิดังตะวันออก ละสังขารแล้ว สิริรวมอายุได้ 99 ปี