ชาวบ้านโคกปีบร้องตรวจน้ำเสีย พบคราบคล้ายน้ำมัน กลิ่นเหม็นรุนแรง หวั่นกระทบสุขภาพเด็กและประชาชน จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาควบคู่ตรวจสอบโรงงาน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่ว่าการอำเภอศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ตัวแทนชาวบ้าน ต.โคกปีบและพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 60 คน นำหนังสือร้องทุกข์พร้อมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบกว่า 200 คน ยื่นต่อนายอำเภอศรีมโหสถและศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ขอให้เร่งตรวจสอบปัญหาน้ำเสีย หลังพบแหล่งน้ำมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและคราบลักษณะคล้ายน้ำมัน จนกังวลต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต

นายอำนาจ ศรีษะเกษ ตัวแทนผู้ได้รับความเดือดร้อนและแกนนำชุมชน พร้อมด้วยนางพรรณี มีชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.โคกปีบ และประชาชน ได้นำตัวอย่างน้ำจากแหล่งน้ำ 6 จุดมามอบให้ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและสารปนเปื้อน รวมถึงหาสาเหตุและแหล่งกำเนิดมลพิษ
จุดเก็บตัวอย่างประกอบด้วย สะพานหัวไผ่เทศ สะพานเกาะกระต่าย สะพานโคกวัด ปากลาดสระมะเขือ คลองบางพลวงช่วงรอยต่อคลองหนองสะแกกับม่วงขาว และบริเวณหน้าวัดหนองสะแก โดยชาวบ้านขอให้พิจารณาตรวจสัตว์น้ำและตะกอนดินในจุดเสี่ยงเพิ่มเติมด้วย

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณแหล่งน้ำรอบวัดหนองสะแก พบว่าหลายจุดมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและคราบลักษณะคล้ายน้ำมันบนผิวน้ำ ขณะที่พืชบางส่วนบริเวณแหล่งน้ำมีลักษณะยืนต้นตาย อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลตรวจวิเคราะห์เพื่อยืนยันสาเหตุของความผิดปกติดังกล่าว
ชาวบ้านเปิดเผยว่า ปัจจุบันไม่กล้านำน้ำมาใช้อุปโภคบริโภค และไม่มั่นใจที่จะนำสัตว์น้ำที่จับได้ในบริเวณใกล้เคียงมารับประทาน เพราะเกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนสะสม จึงต้องการให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบและเปิดเผยผลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่

ตัวแทนชาวบ้านย้ำว่า การช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการควบคู่กับการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมและแก้ปัญหากองขยะ ไม่ควรรอจนกระบวนการตรวจสอบแล้วเสร็จ โดยขอให้มีมาตรการดูแลสุขภาพ ป้องกันความเสี่ยงจากการใช้น้ำและบริโภคสัตว์น้ำ ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อนระหว่างรอผลตรวจ
อีกประเด็นที่ชาวบ้านกังวลคือ กรณีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชี้แจงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมว่า รายงานผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตายในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีก่อนหน้านี้มีความคลาดเคลื่อน โดยระบุค่าความเข้มข้นของแอมโมเนียและอะลูมิเนียมสลับกัน ก่อนแก้ไขข้อมูลและขออภัยประชาชนกับสื่อมวลชน

ข้อมูลที่แก้ไขระบุว่า ค่าแอมโมเนียอยู่ในช่วง 0.22–0.48 มิลลิกรัมต่อลิตร และอะลูมิเนียมอยู่ในช่วง 0.559–3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยยังต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของสารและสาเหตุปลาตายเพิ่มเติม รวมถึงเก็บตัวอย่างตะกอนดินมาตรวจวิเคราะห์
ทั้งนี้ ผลตรวจดังกล่าวมาจากตัวอย่างน้ำในพื้นที่อื่นของจังหวัด ไม่ใช่ตัวอย่างน้ำ 6 จุดที่ชาวบ้านนำมายื่นครั้งนี้ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสารชนิดเดียวกันหรือมีแหล่งกำเนิดมลพิษเดียวกัน
ภายหลังรับหนังสือ นายอำเภอศรีมโหสถกล่าวว่า จะเร่งส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีหรือผู้รักษาราชการแทนภายในวันเดียวกัน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามข้อเรียกร้อง พร้อมยืนยันว่าจะเร่งรัดให้ปัญหาได้รับการแก้ไขโดยเร็ว





