หน้าแรก ภูมิภาค วิกฤตน้ำเสียป...

วิกฤตน้ำเสียปราจีน ชาวบ้านกว่า 200 คน ร้องรัฐเร่งตรวจสอบ หวั่นกระทบสุขภาพเด็กและประชาชน

26.10.26 | 18:15 น.

วิกฤตน้ำเสีย ชาวบ้านกว่า 200 คน ร้องรัฐเร่งตรวจสอบ หวั่นกระทบสุขภาพเด็กและประชาชน

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ว่าการอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ตำบลโคกปีบและพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 60 คน นำหนังสือร้องทุกข์พร้อมรายชื่อประชาชนกว่า 200 คน ยื่นต่อนายอำเภอศรีมโหสถและศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีมโหสถ เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบปัญหาน้ำเสียและความผิดปกติของสภาพแวดล้อมในพื้นที่ หลังพบแหล่งน้ำมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและมีคราบลักษณะคล้ายน้ำมัน สร้างความกังวลต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของคนในชุมชน

การยื่นหนังสือครั้งนี้มีนายอำนาจ ศรีษะเกษ ตัวแทนผู้ได้รับความเดือดร้อนและแกนนำชุมชนตำบลโคกปีบ พร้อมด้วยนางพรรณี มีชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลโคกปีบ และประชาชนในพื้นที่ร่วมดำเนินการ โดยชาวบ้านได้รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนและเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดำเนินการอย่างเร่งด่วน


นอกจากหนังสือร้องทุกข์แล้ว ประชาชนยังได้นำน้ำตัวอย่างจากแหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบจำนวน 6 จุด มามอบให้ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีมโหสถ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและหาสารปนเปื้อน รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุและแหล่งกำเนิดมลพิษ

จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวบริเวณแหล่งน้ำโดยรอบวัดหนองสะแก ตำบลโคกปีบ พบว่าน้ำในหลายจุดมีกลิ่นเหม็นรุนแรง และพบคราบลักษณะคล้ายน้ำมันบนผิวน้ำเกือบทุกจุดที่สังเกตเห็น นอกจากนี้ ยังพบต้นไม้บริเวณริมทางซึ่งเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในแหล่งน้ำบางส่วนมีลักษณะยืนต้นตาย สร้างความกังวลถึงความผิดปกติของคุณภาพน้ำและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศ

Advertisement

 

ขณะเดียวกัน ภาพถ่ายมุมสูงจากโดรนที่บันทึกสภาพแหล่งน้ำในบริเวณดังกล่าว เผยให้เห็นความผิดปกติของสีผิวน้ำและคราบลักษณะคล้ายน้ำมันกระจายเป็นบริเวณกว้าง เมื่อเปรียบเทียบกับสีของถนนลาดยางที่อยู่ใกล้เคียง จะเห็นความแตกต่างของสีอย่างชัดเจน โดยบางช่วงปรากฏคราบบนผิวน้ำเป็นแผ่นต่อเนื่องกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง

สิ่งที่น่ากังวลคือ แหล่งน้ำดังกล่าวอยู่ใกล้กับชุมชนที่ประชาชนพักอาศัย รวมถึงบริเวณวัดและโรงเรียน ทำให้ชาวบ้านหวั่นเกรงว่าหากมีสารปนเปื้อนจริง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนและเยาวชนที่ใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม ภาพจากโดรนสามารถแสดงให้เห็นลักษณะสีผิวน้ำและคราบที่ปรากฏ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคราบดังกล่าวเป็นน้ำมันหรือสารเคมีชนิดใด จำเป็นต้องรอผลตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อระบุชนิดของสาร ระดับการปนเปื้อน และความเสี่ยงต่อประชาชนอย่างถูกต้อง

ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ปัจจุบันไม่กล้านำน้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าวมาใช้ในการอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังไม่มั่นใจที่จะนำสัตว์น้ำที่จับได้ในบริเวณใกล้เคียงมารับประทาน เนื่องจากเกรงว่าอาจมีสารปนเปื้อนหรือสารตกค้างสะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

ตัวแทนชาวบ้านรายหนึ่งยังเปิดเผยว่า ตนเองมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปอดและได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมเช่นกัน จึงมีความกังวลว่าหากสถานการณ์ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะเด็กและลูกหลานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชาวบ้านห่วงใยเป็นอย่างมาก

ตัวแทนชาวบ้านจึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งน้ำและสภาพแวดล้อมอย่างจริงจัง พร้อมแจ้งผลการตรวจสอบให้ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใส และจัดมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว โดยย้ำว่าการดูแลประชาชนต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมและการแก้ไขปัญหากองขยะในพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้ชาวบ้านต้องรอความช่วยเหลือจนกว่ากระบวนการตรวจสอบหรือการแก้ไขปัญหาจะแล้วเสร็จ

สำหรับจุดเก็บตัวอย่างน้ำที่ประชาชนนำมายื่นประกอบการร้องเรียนทั้ง 6 จุด ได้แก่

1. สะพานหัวไผ่เทศ
2. สะพานเกาะกระต่าย
3. สะพานโคกวัด
4. ปากลาดสระมะเขือ
5. คลองบางพลวง ช่วงรอยต่อคลองหนองสะแกกับม่วงขาว
6. บริเวณหน้าวัดหนองสะแก

ประชาชนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทั้ง 6 จุด โดยตรวจสอบคุณภาพน้ำ สารปนเปื้อนที่เกี่ยวข้อง และคราบบนผิวน้ำ ตลอดจนพิจารณาตรวจตัวอย่างสัตว์น้ำและตะกอนดินในจุดเสี่ยง เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงและสามารถระบุแหล่งกำเนิดมลพิษได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับข้อมูลการตรวจสอบก่อนหน้านี้ โดยมีการกล่าวถึงความคลาดเคลื่อนของผลตรวจเบื้องต้น และข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติบริเวณเหงือกปลา ซึ่งชาวบ้านสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับสารปนเปื้อนในน้ำ ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องตรวจสอบรายงานผลวิเคราะห์เพื่อยืนยันว่าพบสารชนิดใด มีปริมาณเท่าใด และเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำหรือการตายของสัตว์น้ำในพื้นที่หรือไม่

ภายหลังรับหนังสือร้องทุกข์ นายอำเภอศรีมโหสถกล่าวว่า ได้มารับหนังสือจากตัวแทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ และจะเร่งนำหนังสือดังกล่าวส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีหรือผู้รักษาราชการแทน ภายในวันที่ 26 ตุลาคม เพื่อให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเร่งพิจารณาและดำเนินการตามข้อเรียกร้องของประชาชน

นายอำเภอศรีมโหสถยังยืนยันว่าจะเร่งรัดเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านและให้ปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สิ่งที่ประชาชนต้องการในขณะนี้ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบหาสาเหตุหรือแหล่งกำเนิดมลพิษเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพ การป้องกันความเสี่ยงจากการใช้น้ำและการบริโภคสัตว์น้ำในพื้นที่เสี่ยง ตลอดจนมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนระหว่างรอผลตรวจและการแก้ไขปัญหา

ชาวบ้านฝากความหวังไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการอย่างจริงจัง เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่ควรต้องเผชิญความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยเกี่ยวกับสารปนเปื้อนและแหล่งกำเนิดมลพิษยังต้องรอผลตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป