เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ขณะนี้แบงก์ปลอมระบาดหนักในหลายพื้นที่ของ จ.ตรัง ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คนร้ายได้ก่อเหตุกว่า 10 ครั้ง โดยนายประยูร-นางสุจิน จักรัส สองสามีภรรยา ชาว ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง เป็น 1 ในผู้เสียหายที่ถูกแก๊งแบงก์ปลอมหลอกนำเงินสินค้าภายในร้านรวมเป็นจำนวนเงินกว่า 1,300 บาท นับเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนจนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ทั้งๆ ที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมคนร้ายไว้ได้เกือบทั้งหมด ขณะเดียวกันที่ตลาดนัดบ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ได้มีคนร้ายนำธนบัตรแบงก์ 50 บาทปลอมไปก่อเหตุ โดยมีผู้เสียหายกว่า 5 ราย เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ นางสุจินเล่าว่า ได้มีชายแปลกหน้าแต่งตัวท่าทางดีใส่เสื้อและกางเกงขายาวสีกากีทั้งชุด สวมแว่นตาดำทำทีเดินเข้ามาในร้านแล้วมีการสั่งซื้อและถามหาสินค้าหลายรายการ ทั้ง บุหรี่ เหล้าเบียร์ ฯลฯ รวมเป็นเงิน 1,302 บาทโดยก่อนจะคิดเงินคนร้ายแกล้งเดินดูสินค้าภายในร้านแล้วเดินไปล้วงเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงเป็นธนบัตรชนิด 1,000 บาท 1 ใบ และชนิด 100 บาท 3 ใบ และทำท่าจะดึงแบงก์ 50 ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แต่ตนก็ได้พูดกับคนร้ายว่า ไม่เป็นไร เอาแค่ 1,300 บาทก็พอลดให้ 2 บาท จะได้ไม่ต้องทอนเงินหลังรับเงินคนร้ายก็หยิบของที่ใส่ถุงวางไว้บนเคาน์เตอร์แล้วรีบเดินออกไปจากร้านทันทีพอตนรับเงินและรู้สึกเป็นกระดาษบางๆ ก็หยิบขึ้นมาส่องดูปรากฏไม่เห็นลายน้ำก็คิดว่าต้องเป็นธนบัตรปลอมแน่นอนก็รีบวิ่งตามออกไปหน้าร้าน แต่ก็ไม่ทันคนร้ายขับรถออกไปแล้วอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจตนเองก็รีบโทรแจ้งสามีซึ่งขณะทำงานอยู่ข้างนอกให้รีบกลับมาแต่ก็ไม่ทันโดยรถยนต์ที่คนร้ายให้เป็นพาหนะนั้น เป็นรถกระบะตอนเดียวมิตชูบิชิไทรทันสีขาวแผ่นป้ายทะเบียนถูกไวนิลปิดไว้เพื่ออำพรางไม่ให้ใครจำได้ซึ่งภายในร้านมีการติดกล้องวงจรปิดไว้ถึง 8 ตัวสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ทั้งหมด และคาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และเลือกร้านที่มีผู้หญิงคนเดียวหรือช่วงที่กำลังขายของวุ่นวายและลงมือก่อเหตุอย่างใจเย็นแบบมืออาชีพมาก แต่ขณะนี้ทางตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
ส่วนที่ตลาดนัดบ้านโพธิ์ ทางด้านนายศิริชัย ชัยเพชร กำนันตำบลบ้านโพธิ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ตนเองได้รับรายงานแล้วตั้งแต่วันเกิดเหตุว่ามีการจ่ายธนบัตรปลอมประมาณ 10 ใบในตลาดนัดบ้านโพธิ์ โดยเป้าหมายคือกลุ่มผู้สูงอายุผู้หญิง โดยคนร้ายมาซื้อของประเภทผัก แล้วซื้อของประมาณ 10 บาท จ่ายธนบัตรใบละ 50 บาท แล้วได้รับเงินทอนไป 40 บาท ส่วนลักษณะของคนร้ายส่วนใหญ่ทางกลุ่มแม่ค้าไม่ได้สังเกต เนื่องจากคนร้ายจ่ายธนบัตรใบ 50 บาท โดยเป็นแบงก์ปลีกและจะมาใช้จ่ายในช่วงเลิกงาน ในช่วงของคนที่มาซื้อของจำนวนมากซึ่งรับเงินมาแล้วก็ทอนไป ทำให้ไม่ทราบถึงรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายนอกจากนี้เมื่อก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน ได้พบธนบัตรใบละ 100 บาทมาใช้จ่ายในตลาดนัดบ้านโพธิ์อีก 1 ใบ แต่ไม่ทราบว่าจะเป็นกลุ่มขบวนการกันหรือไม่ ส่วนธนบัตรปลอมทุกใบที่มีการมาใช้จ่าย มีเลขนัมเบอร์ของธนบัตรจะไม่ตรงกัน ซึ่งตนเองคิดว่าเรื่องนี้น่าจะทำกันเป็นนขบวนการเนื่องจากภายในเขตจังหวัดตรังได้มีการจ่ายธนบัตรปลอม ใบละ 20-1,000 บาท มาแล้วหลากหลายที่ ตามที่ได้รับรายงานโดยอยากฝากไปยังประชาชนพ่อค้าแม่ค้าว่าก่อนรับธนบัตรให้ช่วยดูเลขนัมเบอร์ของธนบัตรขอบของธนบัตรที่เป็นขอบแถบสะท้อนแสง และมีรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่หรือเปล่า ส่วนธนบัตรห้าสิบบาทที่มาใช้จ่ายในตลาดนัดบ้านโพธิ์จะมีลักษณะภายนอกของธนบัตรจะดูออกได้อย่างชัดเจนหากสังเกตเนื่องจากธนบัตรปลอมจะเล็กกว่าธนบัตรจริงประมาณ 3 มล.โดยจะสั้นกว่าและเนื้อของกระดาษจะด้านๆ ไม่มันวาวเหมือนของจริง” กำนันบ้านโพธิ์กล่าว

