เมื่อวันที่ 3กรกฎาคม พ.ท.รัชเดช น้าประเสิรฐ หัวหน้า ฝยก.บก.ควบคุม กกล.รส.มทบ.17 รอ.ชูชาติ กลิ่นพุดตาล ผบ.มว.รส.มทบ.17 สอ.สุทธิรักษ์ บุญมีประเสิรฐ ส.ท.สุชาติ จันทะปะทักษ์ พร้อม จนท. ชุด ทหารบก.ควบคุม กกล.รส.มทบ.17 ได้สนธิกำลัง ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง นำกำลัง กว่า 30 นาย ได้ปฏิบัติการกวาดล้าง แก๊งค์เรี่ยไรเงินทำบุญ โดยมีการตั้งด่าน สกัดจับ ทั่วอำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี หลังได้มีการสืบว่า มีกลุ่มคนแอบอ้างมีการเรี่ยไรเงินทำบุญในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเป็นพฤติกรรม ที่ทำกันมานาน ตรวจสอบประวัติยังพบว่าเคยถูกจับมาแล้วในหลายพื้นที่ แต่ก็ยังไม่เข็ด กลับมาทำซ้ำอีกอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มนี้จะมีการแอบอ้างว่า นำเงินเรี่ยไร่เป็นรายได้เข้าวัด โดยทำใบฎีกาปลอม ขึ้นมา โดยบางใบฎีกา นั้น ก็ไม่มีสำนักสงฆ์จริง ตามที่กล่าวอ้าง แต่อย่างใด
ด้านฝ่ายทหารจึงได้มีการสนธิกำลัง ร่วมกัน ระกว่าง ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง สำนักพระพุทธศาสนา จ.สุพรรณบุรี โดยมีการตั้งด่านสกัด บริเวณถนน ในทุกเส้นทาง ทั่วอำเภอสองพี่น้อง และในอีกหลายพื้นที่ ใกล้เคียงที่รถเรี่ยไรจะขับผ่าน สามารถจับกุมรถได้ จำนวน 10 คัน ซึ่งมีการผูกผ้าไว้สวยงามประดับรถ และมีการเทียนพรรษาอยู่บนรถ มีเครื่องดนตรีบรรเลง และกลุ่มบุคคลที่ทำการเรี่ยไร จำนวน 38 ราย พร้อมของกลางเป็น อุปกรณ์เรี่ยไรเงิน อาทิเช่น ผ้าไตร ร่ม ขนาดใหญ่ พระพุทธรูป ธูป เทียน ใบฎีกาปลอม เครื่องสังฆฑาน บาตรพระ อุปกรณ์ดนตรี ทั้งกลอง ฉิ่ง ฉาบ เทียนพรรษา พร้อมเงินที่เรี่ยไรมา จำนวนหนึ่ง อยู่ในบาตรพระ หลังจากจับกุมทั้งหมด มาแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารได้นำจนท.จากสำนักพระพุทธศาสนา ให้มาดำเนินการตรวจสอบใบฏีกาตามที่แก๊งค์เรี่ยไร่ ได้แอบอ้างว่า มีการขออนุญาต ถูกต้อง ให้เรี่ยไรได้ หลังตรวจสอบไปตามวัดต่างๆตามที่แอบอ้างปรากฏว่า ไม่ได้เป็นจริง มีการทำใบฎีกาปลอม และ ใบฎีกาบางใบ ก็ไม่มีชื่อสำนักสงฆ์จริง ตามที่กล่าวอ้าง จึงได้ยึดไว้ตรวจสอบ ทั้งนี้ยังได้จับตรวจปัสสาวะ พบปัสสาวะเป็นสีม่วง เป็นชาย จำนวน 2 ราย บนรถยังพบขวดเบียร์ จำนวน 2 ขวด วางอยู่ท้ายรถ พร้อมหลอดดื่ม ทั้งนี้ยังพบของกลางอีกส่วนหนึ่ง เป็นอุปกรณ์วางอยู่ภายในรถ มีทั้งย่ามพระ ปิ่นโต ก้านธงใส่เงินอยู่ในบาตร ผ้าสีผูกรถ ตกแต่งแบบรถแห่เทียน

ด้าน พ.ท.รัชเดช น้าประเสิรฐ หน.ฝยก.บก.ควบคุม กกล.รส.มทบ.17 เปิดเผยว่า หลังทำการจับกุม ตรวจสอบประวัติทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลศรีสำราญ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยพฤติกรรมจะขับรถยนต์กระบะมีการรับคนในหมู่บ้าน และตระเวนเรี่ยไรเงินในพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็น ทั้งในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บางวันมีหลายได้นับหมื่นบาท จากนั้นก็จะนำเงินมาแบ่งกัน โดยแบ่ง จ่ายเป็นค่าแรง คนละประมาณ 300-500 บาท แล้วแต่ว่า รายได้มากน้อยแค่ไหน ในแต่ละวัน ซึ่งพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ทำกันมานานแล้ว โดยมีการนำชื่อวัดมาแอบอ้าง ซึ่งที่ผ่านมาบุคคลกลุ่มนี้ เคยถูกจับกุมมาแล้วหลายหน แต่ก็ยังไม่เข็ด ยังลักลอบทำอย่างต่อเนื่อง
สอบสวน พบว่า ป้า เอ (นามสมุติ) วัย 60 ปี ราย หนึ่งในผู้ถูกจับกุม สารภาพว่าที่ทำไป เพราะต้องการ หาเงินมาซื้อยารักษาตัวเองบ้าง ประกอบกับ ตนเองไม่มีอาชีพ และรายได้ไม่พอใจ จึงต้องตัดสินใจมาเรี่ยไรเงิน ส่วนบางคนก็บอกว่า ช่วยหาเงินเข้าวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะสืบทราบว่ากลุ่มบุคคลนี้ทำกันมานานแล้ว จนสืบทราบแน่ชัดว่า กระทำการแอบอ้างจริง .จึงได้สนธิกำลังร่วมกันกวาดล้างแก๊งค์เรี่ยไรให้หมดไป โดยเบื้องต้นได้นำตัวไปสอบสวน จำนวน 6 ราย ที่เป็นแกนนำในการแอบอ้าง การเรี่ยไร่เงินทำบุญ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ เรี่ยไร โดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนอีก 32 ราย ให้ลงชื่อบันทึกไว้ทั้งหมด หากพบอีก จะดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ทั้งนี้ ทางทหาร ได้ให้ทุกคนที่ถูกจับกุมได้ร่วมกันขัดเกลาจิตใจ โดยได้เชิญพระมาเทศนาสอนพระธรรม ให้ข้อคิด ความดี ความชั่ว พร้อมยังให้มีการจุดธูปสาบาน ต่อหน้า หลวงพ่อโหน่ง วัดอัมพวัน พระศักดิ์สิทธิ์ ของอ.สองพี่น้อง นอกจากนี้ยังให้รำแก้บน รอบพระอุโบสถ จำนวน 99 รอบ พร้อมให้ยกของกลางร่วมรำด้วย เพื่อให้ทุกคนได้มีจิตสำนึกไม่ให้กลับมาทำอีก ส่วนเงินเรี่ยไรของกลางครั้งนี้ ทางจนท.ทหารก็ได้ถวายนำมอบให้ทางวัดอัมพวัน ไว้บูรณะวัด
ด้าน พ.ท.รัชเดช น้าประเสิรฐ ยังกล่าวอีกว่า ฝากเตือนประชาชน หากพบกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเรี่ยไรเงินแบบนี้ขอให้แจ้งเบาะเส แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้ ไปเรี่ยไรเงิน แอบอ้างการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากจะทำบุญก็ขอให้ไปทำบุญที่วัด เพื่อจะได้ช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป


