เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสังเกตการณ์ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งทุกวันจะมีชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาทำงานใน จ.ตราดโดยใช้บอเดอร์พาสมาติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคลองใหญ่จำนวนมาก เพื่อทำการต่ออายุการเข้าทำงานในจ.ตราด หลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารและจัดการคนต่างด้าว ปี 2560 ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะวิกนาวิกโยธิน 182 เจ้าที่ด่านศุลกากร เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศประจำอยู่ที่หาดเล็ก ได้ร่วมกับหน่วยงานตรวจเข้มการเข้าออกระหว่างประเทศ ทั้งประชาชนทั้งสองประเทศ รถยนต์ รถเข็นที่เดินทางเข้ามาในช่วงนี้ล้วนแต่ตรวจเข้มทุกวัน
เป็นที่น่าสังเกตว่าในการเดินทางเข้าออก ต้องมีหนังสือการแจ้งเข้าออก หรือใบบอเดอร์พาสให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงจะผ่านได้ ทั้งกัมพูชาและไทย และยังมีพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาเดินทางเข้าออกมาหาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดหาดเล็กเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะเดียวกันยังมีแรงงานต่างด้าวจากทั้งกัมพูชา ชาวเมียนมาร์ และอื่นๆ เข้ามาต่อใบอนุญาตอยู่ในประเทศไทยที่ส่วนใหญ่จะใช้บอเดอร์พาสและพาสปอร์ตเป็นหลัก และจะเดินทางพากันมาต่อบอเดอร์พาสและพาสปอร์ตที่ชายแดนบ้านหาดเล็กจำนวนมากไม่ว่าจะอยู่จังหวัดใดก็ตาม เนื่องจากที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ต่อง่ายและไม่เสียเวลามากเหมือนจังหวัดอื่นๆ ที่มีคนจำนวนมากเข้ามาต่อใบอนุญาต เช่นใน จ.สระแก้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดหาดเล็กมีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะแรงงานเหล่านี้ ซึ่งการใช้บอเดอร์พาสทำงานจะมีอายุเพียง 14 วัน หลังจากนั้นต้องมาต่อใบอนุญาตอีกครั้ง ส่วนที่เป็นพาสปอตจะอยู่ได้ 1 ปี และหากเป็นประเภทที่ 2 จะอยู่ได้ 2 เดือน
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองคลองใหญ่รายหนึ่งกล่าวว่า ช่วงนี้ไม่มีแรงงานกัมพูชาที่ไม่ถูกต้องผ่านกลับไปประเทศของตนเลย มีแต่ชาวกัมพูชาที่ถือพาสปอร์ตทั้งหมดที่เข้ามาและผ่านไปเท่านั้น

