หน้าแรก ภูมิภาค เริ่มรื้อหลัง...

เริ่มรื้อหลังแรกแล้ว อาคารรุกล้ำชายหาดหัวหิน เล็งรื้ออีก 14 หลัง 20 พ.ย.นี้

30.10.26 | 15:38 น.

เริ่มรื้อหลังแรกแล้ว อาคารรุกล้ำชายหาดหัวหิน เล็งรื้ออีก 14 หลัง 20 พ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เทศบาลนครหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มปฏิบัติการรื้อถอนอาคารรุกล้ำพื้นที่สาธารณะบริเวณถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่สะพานปลาหัวหินถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม โดยนำเครื่องจักรกลและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ พร้อมติดประกาศแจ้งเตือนเจ้าของอาคารทั้ง 15 หลัง ให้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าดำเนินการรื้อถอนตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด โดยมีกำหนดเข้ารื้อถอนอาคารที่เหลือในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ มี นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหัวหิน 30 นาย เจ้าหน้าที่นิติกร เจ้าหน้าที่เทศกิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้รับจ้าง พร้อมเครื่องจักร ได้แก่ รถแม็คโครติดหัวเจาะและหัวสกัด รถแบ็คโฮตักหน้าขุดหลัง รวมถึงกำลังคนรื้อถอน ลงพื้นที่ดำเนินการตามแผน


เจ้าหน้าที่ได้เข้าพูดคุยกับเจ้าของอาคารบางส่วน ขณะที่อาคารอีกหลายหลังปิดล็อกประตู ไม่สามารถเข้าพบเจ้าของได้ รวมถึงอาคาร 2 หลังที่ก่อนหน้านี้เคยแสดงเจตจำนงยินยอมให้รื้อถอน แต่ภายหลังเปลี่ยนใจและปิดล็อกประตูเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงติดประกาศแจ้งให้ทราบถึงกำหนดการเข้าดำเนินการรื้อถอนอย่างเป็นทางการ ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้

นายนพพรกล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นการติดประกาศแจ้งเตือนเจ้าของอาคารที่ปิดประตูล็อกกุญแจ ให้รับทราบกำหนดการรื้อถอน หากถึงเวลาที่กำหนดแล้วยังไม่ดำเนินการรื้อถอนหรือไม่อำนวยความสะดวก เทศบาลจะดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้สามารถเข้าพื้นที่และปฏิบัติงานได้ โดยวันนี้มีเจ้าของอาคาร 1 หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ 23 มีหนังสือแสดงเจตจำนงต่อ นายกเทศมนตรีนครหัวหิน/เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเตรียมรื้อถอน ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2569 หลังอาคารแห่งนี้ไม่ได้พักอยู่อาศัยและประกอบอาชีพ ตั้งแต่ปลายปี 2562 เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 ระบาด ประกอบกับเจ้าของอาคารมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวอย่างเพียงพอ จึงไม่สามารถจัดการเรื่องรื้อถอนอาคารได้เอง จึงแสดงเจตนายินยอมให้เทศบาลนครหัวหินเข้ารื้อถอนและพิจารณาช่วยเหลือเรื่องค่ารื้อถอนอาคารดังกล่าวด้วย ทำให้อาคารเลขที่ 23 นี้เป็นอาคารหลังแรกที่เข้าสู่กระบวนการรื้อถอนตามคำสั่งศาลปกครอง พร้อมขอบคุณเจ้าของอาคารดังกล่าวที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย

Advertisement

นอกจากนี้ เทศบาลยังนำเครื่องจักรเข้าปรับปรุงพื้นที่บริเวณอาคารที่เจ้าของได้รื้อถอนตัวอาคารไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังคงมีพื้นคอนกรีตหลงเหลืออยู่ จึงดำเนินการรื้อพื้นออกเพื่อคืนสภาพพื้นที่ให้สะอาดเรียบร้อย รวมถึงบริเวณพื้นคอนกรีตทางลงชายหาดใกล้ร้านอาหารชื่อดัง ซึ่งจะทยอยขุดเจาะและรื้อถอนคอนกรีตออก โดยไม่กระทบต่อตัวอาคาร เป็นส่วนหนึ่งของการคืนพื้นที่สาธารณสมบัติให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

นายกเทศมนตรีนครหัวหินกล่าวอีกว่า หลังจากนี้เทศบาลจะทยอยดำเนินการรื้อถอนอาคารที่เจ้าของให้ความร่วมมือ พร้อมแจ้งกำหนดการแก่เจ้าของอาคารหลังอื่นอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดกรอบเวลาดำเนินการทั้งหมดไว้ 120 วันตามกฎหมาย

ส่วนกรณีผู้ร้องจำนวน 19 ราย ซึ่งยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีรายงานว่าอาจพิจารณาถอนคำร้อง เพื่อนำข้อพิพาทไปยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดหัวหิน โดยมุ่งพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินซึ่งอ้างว่าเป็นสิทธิที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ พร้อมโต้แย้งว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีสถานะเป็นที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีข้อยุติ ต้องรอความชัดเจนจากผู้ร้องและกระบวนการทางศาลต่อไป

ทั้งนี้ เทศบาลนครหัวหินยืนยันเดินหน้าดำเนินการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งศาลปกครองและคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยต้องติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้กรอบเวลา 120 วัน ควบคู่กับการพิจารณาคำสั่งหรือผลการดำเนินคดีอื่นที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังด้วย