หน้าแรก ภูมิภาค โต้กลับหนังคน...

โต้กลับหนังคนละม้วน! วัดพระธาตุพนม โชว์บัญชี ยันเงินเหลือ 81 ล. จี้อดีตไวยาวัจกร แจงบ้าง เบิกเช็ค 12 ล้านไปทำอะไร?

31.10.26 | 19:32 น.
วัดพระธาตุพนม
วัดพระธาตุพนม

ปมเงินบริจาค วัดพระธาตุพนม ระอุ หลังอดีตนายอำเภอธาตุพนมและอดีตไวยาวัจกร โพสต์ตั้งคำถามเงินวัด 114 ล้านบาทหายไปไหน ผ่านมา 2 ปีแทบไม่เหลือ ล่าสุดคณะกรรมการวัดตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมเอกสารบัญชี ยืนยันตรวจสอบพบเงินคงเหลือกว่า 81.8 ล้านบาท พร้อมย้อนถามอดีตไวยาวัจกรปมเบิกเช็ค 7 รายการ รวมประมาณ 12 ล้านบาท โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์การใช้จ่าย ลั่นสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีผู้โพสต์และผู้แชร์ หากเผยแพร่ข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริงจนทำให้วัดเสียหาย

วัดพระธาตุพนม – จากกรณี นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตนายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม และอดีตไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารเงินของวัด โดยระบุว่า ในช่วงที่ตนเข้ามาบริหารมีเงินคงเหลือประมาณ 114 ล้านบาท แต่ผ่านไปเพียง 2 ปี เงินในวัดกลับแทบไม่เหลือ แม้แต่เงินก้อนสุดท้ายสำหรับจ่ายค่าน้ำค่าไฟก็ยังถูกถอนออกไป พร้อมระบุว่า ที่ตัดสินใจออกมาโพสต์เพราะเป็นห่วงวัด และต้องการให้มีการชี้แจงยอดเงินบริจาคที่ประชาชนร่วมกันถวายให้วัดอย่างโปร่งใส


ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสงสัยเป็นจำนวนมาก ขณะที่ นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ทนายความประจำวัดพระธาตุพนม ออกมาตอบโต้ โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของตัวเลขเงินในบัญชี และระบุว่าหากมีการเผยแพร่ข้อมูลทำให้วัดเสื่อมเสีย อาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ล่าสุด เวลา 11.00 น. วันที่ 31 ตุลาคมที่ห้องประชุมฝ่ายจัดการผลประโยชน์ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม คณะกรรมการบริหารวัดจำนวน 8 คน ได้ประชุมหารือถึงกระแสข่าวดังกล่าว หลังเกิดข้อสงสัยในหมู่พุทธศาสนิกชนเกี่ยวกับยอดเงินบริจาคและการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ศาลากาญจนาภิเษก คณะกรรมการวัดได้นำเอกสารบัญชีรายรับ-รายจ่าย และสำเนาโฉนดที่ดินของวัด มาแถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน นำโดย นายสุวิทย์ ขันติญาราษฎร์ ประธานคณะกรรมการบริหารวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พร้อมด้วย นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ทนายความประจำวัด และคณะกรรมการวัด โดยมี พ.ต.ท.ถนอมศักดิ์ ไชยบุรมย์ รอง ผกก.(ป) สภ.ธาตุพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความเรียบร้อย

Advertisement

นายณพจน์ศกร เปิดเผยว่า ประเด็นที่อดีตไวยาวัจกรกล่าวอ้างว่า ขณะเข้ามาบริหารวัดมีเงินคงเหลือ 114 ล้านบาท และพาดพิงว่าคณะกรรมการชุดปัจจุบันบริหารงานไม่โปร่งใสจนทำให้เงินวัดแทบไม่เหลือนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงตามที่กล่าวอ้าง

โดยคณะกรรมการชุดปัจจุบันเข้ามารับหน้าที่ในช่วงปลายปี 2568 พบว่าไม่มีเอกสารทางบัญชีจากคณะกรรมการชุดเดิมส่งมอบไว้อย่างครบถ้วน จึงต้องดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลบัญชีธนาคารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวัดด้วยตนเอง เบื้องต้นพบว่ามีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับวัดจำนวน 45 บัญชี

จากการตรวจสอบยอดเงินในบัญชี ณ เดือนธันวาคม 2568 พบว่ามีเงินคงเหลือรวม 94,044,234.99 บาท ก่อนที่คณะกรรมการจะตรวจสอบและรวบรวมบัญชีที่มีความซ้ำซ้อนกัน จนได้ข้อสรุปยอดเงินคงเหลือล่าสุด ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2569 จำนวน 81,800,473.36 บาท ตามเอกสารที่นำมาแสดงต่อสื่อมวลชน

ทนายความประจำวัดกล่าวอีกว่า สิ่งที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันมีข้อสงสัยและต้องการคำชี้แจงกลับไปยังอดีตไวยาวัจกร คือรายการเบิกจ่ายเงินของวัดในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการเบิกจ่ายผ่านเช็คเงินสดจำนวน 7 ฉบับ รวมเป็นเงินประมาณ 12 ล้านบาท

โดยรายการที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ วันที่ 20 สิงหาคม 2567 มีการเบิกจ่ายเงินจำนวน 8 ล้านบาท และวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 อีกจำนวน 2.6 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรายการเบิกจ่ายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ประมาณ 980,000 บาท วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 จำนวน 390,000 บาท วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 จำนวน 320,000 บาท รวมถึงรายการอื่น ๆ ซึ่งเมื่อนำมารวมกันมีมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท

 

นายณพจน์ศกร ระบุว่า จากเอกสารเช็คที่ตรวจสอบพบ มีลายมือชื่อของอดีตไวยาวัจกรเป็นผู้ลงนามเบิกจ่าย จึงต้องการให้ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า เงินจำนวนดังกล่าวนำไปใช้ในกิจการใด มีหลักฐานและรายละเอียดการใช้จ่ายอย่างไร ทั้งนี้ การตั้งข้อสงสัยดังกล่าวเป็นประเด็นที่คณะกรรมการต้องการคำชี้แจง ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว

ส่วนระบบบริหารรายได้ของวัด นายณพจน์ศกรกล่าวว่า รายได้หลักยังคงมาจากเงินบริจาคของพุทธศาสนิกชน โดยมีการตรวจนับเงินจากตู้บริจาคเป็นประจำทุกวัน ก่อนนำฝากเข้าบัญชีธนาคาร ส่วนการเบิกจ่ายเงินจะต้องผ่านขั้นตอนการเสนอเรื่องต่อเจ้าอาวาส และต้องเป็นไปตามมติหรือการอนุมัติที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการไม่สามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจ

สำหรับภาระค่าใช้จ่ายของวัดในแต่ละเดือน มีทั้งค่าน้ำและค่าไฟฟ้าประมาณ 800,000 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลเจ้าหน้าที่ การบำรุงรักษาสาธารณสมบัติ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ ตลอดจนการบูรณะองค์พระธาตุพนม โดยเงินที่นำมาใช้ดำเนินการส่วนใหญ่เป็นเงินบริจาคจากพุทธศาสนิกชน

นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าเงินจำนวน 30 ล้านบาทในบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเรณูนคร ถูกถอนออกไปใช้จนหมดนั้น ยืนยันว่าเงินดังกล่าวไม่ได้สูญหาย แต่เป็นการถอนเงินเพื่อปิดบัญชีเดิม เนื่องจากมีความยุ่งยากในการเบิกจ่าย ก่อนนำเงินจำนวน 30 ล้านบาทไปเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารกรุงไทย สาขาธาตุพนม โดยยืนยันว่าเงินยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามที่มีการกล่าวอ้าง

นายณพจน์ศกร กล่าวทิ้งท้ายว่า คณะกรรมการวัดต้องการให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงจากเอกสารทางการเงิน ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาค ซึ่งเป็นเงินที่เกิดจากศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศ พร้อมระบุว่าคณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่โพสต์ข้อความ ผู้แชร์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจนทำให้วัดและคณะกรรมการได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ ประเด็นเงินบริจาควัดพระธาตุพนมยังคงเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดเงิน 114 ล้านบาท รายการเบิกจ่ายเช็คประมาณ 12 ล้านบาท และยอดเงินคงเหลือกว่า 81.8 ล้านบาท ซึ่งควรมีการตรวจสอบเอกสารและชี้แจงรายละเอียดทางบัญชีให้ครบถ้วน เพื่อสร้างความกระจ่างและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากพุทธศาสนิกชนต่อไป