หน้าแรก ภูมิภาค ทัพเรือ สกัดเ...

ทัพเรือ สกัดเรือขนอาวุธสงครามข้ามชาติ ยึดกระสุน AK-47 กว่า 3.2 หมื่นนัด ขนจากเกาะกง

1.11.26 | 13:55 น.

ทัพเรือ-ตำรวจน้ำตราด ยึดกระสุน AK-47 กว่า 3.2 หมื่นนัด จับ 5 ผู้ต้องหา ขนจากเกาะกง พบเชื่อมโยงคดียึดอาวุธสงครามเมื่อเดือนสิงหาคม รวมของกลาง 2 คดีเกือบ 6 หมื่นนัด

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว กองข่าวทหารเรือ (ขว.ทร.) ร่วมกับตำรวจน้ำแหลมงอบ ทัพเรือภาคที่ 1 และกรมเจ้าท่า สนธิกำลังสกัดจับขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงครามทางทะเล หลังสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายลักลอบขนเครื่องกระสุนจากประเทศกัมพูชาเข้าสู่ประเทศไทยผ่านน่านน้ำจังหวัดตราด ก่อนสามารถตรวจยึดเครื่องกระสุนปืน AK-47 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 32,400 นัด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย บริเวณปากคลองท่าหาด หมู่ 10 ตำบลแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด

ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18.27 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2569 หลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมตรวจพบสัญญาณ GPS ของเรือเป้าหมายมีความเคลื่อนไหวลงสู่แม่น้ำเวฬุ จึงเฝ้าติดตามเส้นทางการเดินเรืออย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบเป็นระยะ เพื่อวางแผนเข้าจับกุม


กระทั่งเวลา 21.55 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบเรือเป้าหมายลดความเร็วลงบริเวณพิกัดละติจูด 11°35’59.2″N ลองจิจูด 102°47’30.4″E กลางทะเลจังหวัดตราด ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นจุดนัดหมายรับส่งเครื่องกระสุน เนื่องจากเรือมีพฤติการณ์ผิดสังเกต ประกอบกับข้อมูลจากการติดตามสัญญาณ GPS ที่ทำให้สงสัยว่าอาจมีการขนสิ่งของน้ำหนักมากขึ้นเรือ ก่อนที่เรือจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่เป้าหมาย

ต่อมาเวลา 06.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วม พร้อมตำรวจน้ำแหลมงอบและทัพเรือภาคที่ 1 เข้าตรวจค้นเรือเป้าหมายบริเวณปากคลองท่าหาด หมู่ 10 ตำบลแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 5 ราย ในช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ประกอบด้วย นายฉัตรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี นายศราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี นายสมส่วน (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี นายณรงศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ทั้ง 4 รายเป็นชาวไทย และนายต่อ ฮัตตัง อายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา ก่อนนำเรือของกลางเข้าสู่ท่าคานเรือช่างเก่ง ตำบลแสนตุ้ง เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด

จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง 2 รายการ ประกอบด้วย เครื่องกระสุนปืน AK-47 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร บรรจุในกระสอบสีขาวจำนวน 15 กระสอบ ทุกกระสอบมีตราโลโก้ ระบุ เป็นผงชูรสขนาดน้ำหนัก 25 กิโลกรัม ผลิตจากประเทศจีน ภายในบรรจุกล่องเครื่องกระสุนกระสอบละ 3 กล่อง รวมทั้งหมด 45 กล่อง กล่องละ 720 นัด รวมเครื่องกระสุนทั้งสิ้น 32,400 นัด และเรือสปีดโบ๊ตสีขาว ขนาด 20 ฟุต ติดตั้งเครื่องยนต์ฮอนด้า ขนาด 115 แรงม้า จำนวน 2 เครื่อง รวมกำลังเครื่องยนต์ 230 แรงม้า ซึ่งใช้ในการลักลอบขนส่งเครื่องกระสุนครั้งนี้

Advertisement

สำหรับข้อมูลค่าจ้างขนส่งเบื้องต้น พบว่า คนขับเรือได้รับค่าจ้างจำนวน 10,000 บาท ลูกเรืออีก 2 คน ได้รับค่าจ้างคนละ 4,000 บาท ขณะที่ผู้ร่วมเดินทางอีก 2 คน ได้รับค่าจ้างคนละ 1,000 บาท เพื่อทำหน้าที่นำร่องเรือไปยังจุดหมายในการส่งมอบเครื่องกระสุน รวมค่าจ้างขนส่งของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย เป็นเงิน 20,000 บาท

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ มีรายงานว่าเป็นเครือข่ายเดียวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ซึ่งตำรวจน้ำแหลมงอบร่วมกับทัพเรือภาคที่ 1 และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด สกัดจับเรือสปีดโบ๊ตลักลอบขนอาวุธสงครามจากกัมพูชา ผ่านร่องน้ำช่องช้าง อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ก่อนจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย 3 ราย พร้อมยึดปืน AK-47 จำนวน 2 กระบอก กระสุนขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 26,520 นัด กระสุนปืนกลขนาด 12.7 มิลลิเมตร จำนวน 765 นัด แม็กกาซีน 102 อัน เรือสปีดโบ๊ต 1 ลำ และรถยนต์ SUV อีก 1 คัน

ทั้งนี้ เมื่อรวมผลการจับกุมทั้งสองครั้ง เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเครื่องกระสุนได้ทั้งหมด 59,685 นัด ปืน AK-47 จำนวน 2 กระบอก แม็กกาซีน 102 อัน เรือสปีดโบ๊ต 2 ลำ รถยนต์ SUV 1 คัน และจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 8 ราย เป็นชาวไทย 7 ราย และชาวกัมพูชา 1 ราย โดยอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง แหล่งที่มาของอาวุธ และผู้รับปลายทาง เพื่อดำเนินคดีกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป