อุทาหรณ์ หนุ่มตรังวัย 43 พกอาวุธปืนปากกา ลั่นใส่หน้าท้องดับสลดในบ้าน
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านวังหลัก ต.ห้วยนาง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ นำโดย พ.ต.อ.คมณ์เดช เปาะทอง รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ห้วยยอด พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้วยยอด ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.ตรัง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ จ.ตรัง จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรัง และแพทย์เวรโรงพยาบาลห้วยยอดเข้าชันสูตรพลิกศพ และเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ
โดยที่เกิดเหตุ เป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น ห่างจากหน้าบ้านไปหลังบ้านประมาณ 100 เมตร พบศพ นายกิติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี อาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว สภาพศพสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน สกรีนข้างหลังสีขาว กางเกงยีนส์ขาสั้น สวมรองเท้าแตะ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ห่างออกไปประมาณ 4 เมตร พบอาวุธปืนปากกาที่แยกออกจากปลอกปากกา ตกอยู่ 1 อัน ปลอกปากกา ปลอกกระสุนที่ผ่านการยิง 1 ชิ้น ภายในกระเป๋ากางเกง ยังพบกระสุนปืนจำนวน 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และทำการตรวจสอบเทียบเคียง โดยตามเส้นทางระหว่างอาวุธปืนปากกา กับศพผู้ตายมีร่องรอยเลือดหยดเป็นทางยาว

จากการชันสูตรพลิกศพพบว่า ผู้เสียชีวิต ถูกกระสุนปืนยิงเข้าบริเวณหน้าท้อง 1 นัด กระสุนทะลุปอด ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผลการตรวจเทียบเคียงปลอกกระสุนปืนในรังเพลิงที่ผ่านการยิง กับกระสุนปืนที่เหลือ พบว่าเป็นชนิดเดียวกัน ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าบ้าน พบว่า ในเวลาประมาณ 15.03 น. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แต่ไม่พบมีบุคคลภายนอก เข้า-ออก แต่อย่างใด และผู้ตายก็ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร ปกติเป็นคนเก็บตัว และทำสวนช่วยพ่อแม่ จึงสันนิษฐานเบื้องต้น อาจเกิดจากอุบัติเหตุ โดยทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจสาเหตุการตาย และเตรียมนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดวังหลาม ต.ห้วยนาง ต่อไป

ทั้งนี้ เดิมผู้เสียชีวิตเคยประกอบอาชีพขับรถตู้รับส่งนักท่องเที่ยว ในพื้นที่อ่าวนาง จ.กระบี่ แต่หลังเกิดสถานการณ์โควิด จึงได้กลับบ้านและได้แยกทางกับภรรยาที่ จ.พัทลุง โดยมีลูกด้วยกัน 1 คน จากนั้นผู้ตายได้กลับมาทำสวน และอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ที่บ้านหลังดังกล่าวรวม 3 คน ขณะเกิดเหตุคาดว่าผู้ตายน่าจะเดินเข้าไปในสวนปาล์มหลังบ้าน โดยที่พกอาวุธปืนปากกาติดตัวไปด้วย และเกิดอุบัติเหตุปืนปากกาลั่นกระสุนทะลุท้อง โดยผู้ตายน่าจะพยายามพยุงร่างกายเดินกลับบ้านไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ และแม่ แต่ไปไม่ถึงจึงล้มลงเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุพบว่า พ่อกับแม่นอนหลับอยู่ภายในบ้าน จึงไม่มีใครได้ยินเสียงปืน
จากการสอบถามนายกิตติภูมิ ชาวบ้านที่พบศพเป็นคนแรก บอกว่า ในเวลาประมาณ 16.30 น. ตนขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านเข้าไป เพื่อจะไปตัดหญ้าให้วัวในสวนของเจ้าของบ้าน ซึ่งนานๆจะมาตัดครั้ง ซึ่งทั้งผู้ตาย และพ่อ แม่ ก็อนุญาตให้เข้าไปตัดได้ โดยหญ้าขึ้นตามธรรมชาติริมๆสวนยางสวนปาล์ม จนมาพบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้า สภาพเลือดท่วม จึงรีบเลี้ยวรถจักรยานยนต์กลับออกไปตามพ่อ และแม่ผู้ตายซึ่งนอนอยู่ในบ้าน จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ตนกับผู้ตายไม่ได้สนิทกัน เพียงแต่รู้จัก และตนเองจะเข้าไปตัดหญ้าให้วัวในสวนของบ้านนี้เป็นประจำ


