สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน โคราช ยกระดับโรบัสต้าชุมพร วิสาหกิจชุมชนละแมฮิลล์คอฟฟี่ ด้วยแสงซินโครตรอน
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นักวิจัยของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่หารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยกับวิสาหกิจชุมชนละแมฮิลล์คอฟฟี่ อำเภอละแม จังหวัดชุมพร เพื่อประยุกต์ใช้เทคนิควิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการพัฒนาคุณภาพกาแฟโรบัสต้า และเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่
โดย ดร.นิชาดา เจียรนัยกูร นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง ส่วนวิจัยด้านอาหารและการเกษตร ฝ่ายวิจัยและประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอน กล่าวว่า “ทางสถาบันฯ ได้นำเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนขั้นสูงไปช่วยยกระดับกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าที่นิยมปลูกทางภาคเหนือ และทีมนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ ได้ขยายการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ดังกล่าว สู่การยกระดับกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าที่นิยมปลูกทางภาคใต้ โดยลงพื้นที่ อ.ละแม จ.ชุมพร เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยกับวิสาหกิจชุมชนละแมฮิลล์คอฟฟี่ ซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟในชุมพร โดยมุ่งนำเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน มาสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพกาแฟของชุมชน”
ทั้งนี้ นางสาวนิสสา พิณแพทย์ และ นางสาวณฐมน พรหมสุวรรณ ผู้ก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนละแมฮิลล์คอฟฟี่ พร้อมด้วยคณะนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จากสำนักงานเกษตรอำเภอละแม จ.ชุมพร ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับกาแฟโรบัสต้าของ จ.ชุมพร กับทีมนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ด้วย
ซึ่งประเด็นสำคัญที่มีการแลกเปลี่ยนกัน ได้แก่ การใช้แสงซินโครตรอนเทคนิคฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (FTIR) ศึกษาองค์ประกอบทางเคมี และเทคนิคเอกซเรย์โทโมกราฟีระดับจุลภาค (XTM) ศึกษาโครงสร้างภายในของเมล็ดกาแฟสารโรบัสต้า โดยมีแนวทางการนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณาร่วมกับผลการประเมินทางประสาทสัมผัส เพื่อศึกษาลักษณะเด่นและความแตกต่างของกาแฟ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนากาแฟคุณภาพสูงที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของแหล่งผลิต
ในโอกาสนี้ ดร.รุ่งเรือง พัฒนากุล นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง จากส่วนวิจัยด้านอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ได้เสนอแนวทางพัฒนาระบบประมวลผลภาพ ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยประเมินระดับความสุกของผลกาแฟเชอร์รี่จากลักษณะภายนอก เช่น สีของผล โดยมุ่งสนับสนุนการประเมินคุณภาพเบื้องต้นของผลกาแฟเชอร์รี่ที่รับซื้อจากเกษตรกรให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยคัดเลือกผลกาแฟที่มีระดับความสุกสม่ำเสมอ ก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นสารกาแฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ เพื่อส่งเสริมคุณภาพด้านกลิ่นรสของกาแฟ
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนเรื่องการเพิ่มมูลค่าผลพลอยได้จากกระบวนการแปรรูปกาแฟ โดยเฉพาะการแปรรูปเปลือกผลกาแฟเชอร์รี่ ให้เป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในอนาคต ซึ่งเพิ่มแนวทางสร้างมูลค่าให้ผลกาแฟเชอร์รี่จากเดิมที่ทำได้เพียงผลิตเป็นปุ๋ยเท่านั้น ควบคู่กับการศึกษาด้านองค์ประกอบ คุณภาพ และความปลอดภัยอย่างเหมาะสมด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน
โดยหลังจากนี้สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ และวิสาหกิจชุมชนละแมฮิลล์คอฟฟี่ จะร่วมมือวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพกาแฟ ภายใต้แบรนด์ Lamae Coffee เพิ่มมูลค่าผลผลิต และต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


