เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นางทิพย์เพ็ญพักตร์ เกตุนวม ครูชำนาญการพิเศษ (ค.ศ.3) วิชาเอกภาษาไทย โรงเรียนอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตนสอนอยู่โรงเรียนนี้มานาน อยู่ๆ ก็มาปิดประตูทางเข้าโรงเรียนโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยบอกว่านักเรียนจะโดนรถชน จะเป็นไปได้อย่างไร เวรยามก็มี โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดมานาน ประตูทางเข้าเป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน ประชาชนผู้หลักผู้ใหญ่หน่วยงานราชการเดินทางมาติดต่องานหาทางเข้าไม่เจอ เขียนไว้ตัวเล็กๆ ให้เข้าประตูด้านหลัง ตนไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผู้บริหารทำได้ไง เวรยามก็มี นักเรียนเข้าออก หรือมีใครมาติดต่องานก็สามารถเปิดประตูเข้าออกได้ เพราะมีเวรยามเฝ้าประตูอยู่แล้ว จะมาปิดประตูจาก 08.30-16.30 น.อย่างนี้มันไม่เหมาะอีกอย่างประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดมาติดต่องาน มาพบลูกหลานหาทางเข้าออกไม่เจอ วุ่นวายไปหมด ตนว่าการขังคนมันขังไม่ได้หรอกต้องปลูกฝังที่นิสัยให้ดี และที่สำคัญบรรดาเด็กๆ ที่มีหอพักอยู่หน้าโรงเรียนและบ้านพักอยู่หน้าโรงเรียนต้องอ้อมหลังโรงเรียนกว่าจะมาถึงบ้านเสียเวลามาก เวลาเที่ยงมารับประทานอาหารที่บ้านกลับไปโรงเรียนแทบไม่ทันทั้งที่บ้านอยู่หน้าโรงเรียน ตนว่าการมาปิดประตูด้านหน้าโรงเรียนเช่นนี้ไม่แตกต่างจากเรือนจำเลย
ด้าน น.ส.ปิยะนุช และน.ส.อธิติพร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกตนลำบากมากไม่รู้ทางโรงเรียนมาปิดประตูโรงเรียนด้านหน้าทำไม ทำให้การเข้าออกลำบากต้องมาใช้ประตูหลัง การที่ ผอ.ร.ร.อ้างว่ารถจะชน เด็กออกไปด้านหน้าโรงเรียนนั้น ตนว่ามันไม่เกี่ยว มันขึ้นอยู่กับการระมัดระวังในการเดินทางมากกว่า ตนอยากให้โรงเรียนปิดประตูโรงเรียนให้เป็นปกติเถอะ มันไม่แตกต่างจากเรือนจำเลยทำแบบนี้พวกตนอายคนที่มาพบเห็น บางครั้งผู้ปกครองเข้ามาหาลูกหลานก็เข้าไม่ได้กว่าจะหาทางเข้าได้ลำบากมาก เป็นถึงโรงเรียนประจำจังหวัดทำไมมาทำเช่นนี้
ด้านนายไพทูรย์ ขันแก้ว ผอ.ร.ร.อำนาจเจริญ กล่าวว่า เรื่องปิดประตูทางเข้าด้านหน้าโรงเรียนนั้นมันเป็นมติของที่ประชุมบริหารโรงเรียนที่ไม่อยากให้เด็กออกไปเพราะกลัวรถชน และไม่เป็นระเบียบ เพราะเคยเกิดอุบัติเหตุ และการที่เด็กไปอยู่หน้าโรงเรียนเป็นภาพไม่สวยงาม ผู้หลักผู้ใหญ่ผ่านไปมาเห็นเข้าไม่งามตา

