เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม จากกรณีที่ภาครัฐได้ประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ซึ่งเพิ่มโทษปรับนายจ้างใช้แรงงานผิดกฎหมายไว้เต็มอัตราสูงสุดถึง 400,000-800,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวชาวลาวเริ่มทยอยเดินทางกลับประเทศเป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะมีมาตรการผ่อนปรนออกมาก็ตาม
ที่ด่านพรมแดนบ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ชาวลาวชายหญิงจำนวนมาก ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พากันเดินทางกลับประเทศ ด้วยรถโดยสารทั้งประจำทางและรถเหมาต่างๆ ได้ทยอยแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ ตม.เพื่อขอกลับประเทศ ก่อนที่จะนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงกลับบ้าน
ชาวลาวรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนพร้อมเพื่อนบ้านได้เดินทางไปรับจ้างทำงานก่อสร้างได้ค่าแรงขั้นต่ำ ลำบากมากเพราะไม่มีหนังสือที่ถูกต้อง บางครั้งต้องหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อความอยู่รอด กลัวจะถูกดำเนินคดีเนื่องจากกฎหมายฉบับใหม่มีโทษที่รุนแรง จึงอยากกลับไปทำตามกฎหมายให้ถูกต้อง จึงได้พากันรีบกลับบ้าน เพื่อหาเงินไปทำบัตร (เอ็มโอยู) เสียก่อน ซึ่งก็ลำบากเช่นกัน เพราะค่าทำบัตรดังกล่าว ตกรายละประมาณ 2 หมื่นบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากใจเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันถ้าไม่เดินทางกลับบ้าน ขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์นายจ้างเริ่มละทิ้งลูกจ้าง และมีการกวาดล้างจับกุม ส่งตัวแรงงานกลับจำนวนมาก อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่อาศัยช่องทางกฎหมาย พยายามเรียกรับเงินจากตัวแรงงานและนายจ้าง
ชาวลาวอีกรายเปิดเผยว่า การเดินทางไปทำงานที่ประเทศไทยนั้นการเดินทางจะทำเป็นขบวนการ มีการเคลียร์เส้นทางตลอด ไม่ว่าจะเดินทางจากฝั่งโขงไปกรุงเทพ หรือเดินทางกลับจะไม่ถูกจับ โดยจะเสียค่าใช้จ่ายรายละ 2,500 บาท นอกจากนี้ก็มีส่วนหนึ่งที่เดินทางกลับมาโดยเฉพาะพวกที่ไม่มีหนังสือเดินทางจะมีบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน แต่ก่อนคนละ 200 บาท แต่ปัจจุบันต้องเสีย 500 บาทไม่มีใบเสร็จ เพื่อแลกกับการถูกผลักดันกลับ แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่เข้าสู่ขบวนการผลักดันกลับ มีการบรรยาย ให้ความรู้ ทำประวัติก่อนถูกผลักดันกลับ ซึ่งชาวลาวที่เดินทางเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะทราบกันดีในเรื่องดังกล่าว

