เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า ทำหนังสือผ่านชุดประสานงานไทย-เมียนมา(แม่สอด-เมียวดี) ถึงนายเจริญฤทธิ์ กรณีเจ้าหน้าที่ไทยเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าที่เดินทางกลับนั้นว่าเรื่องนี้ขอชี้แจงว่าทางผู้ว่าฯเมียวดียังไม่ได้ทำหนังสือมา เพียงแต่ใช้กลไกความสัมพันธ์ระดับพื้นที่เมืองพี่เมืองน้องกับคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี) ฝากผ่านมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งตนไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องดังกล่าวได้มอบทางผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดตาก ตรวจสอบข้อมูลว่าก่อนถึงด่านห้วยยะอุ มีการตั้งด่านเฉพาะกิจหรือด่านลอยที่จุดไหนหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพบว่าไม่มี ทำให้เหลือด่านที่ตั้งประจำอยู่อีก 3 ด่าน บนเส้นทางตาก-แม่สอด คือ 1.บ้านท่าเล่ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จุดนี้ตำรวจภูธรภาค 6 เป็นผู้ดูแล 2.ด่านห้วยยะอุ ที่แม่ละเมา อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัด 3.ด่านก่อนเข้าแม่สอดตรงห้วยหินสน เป็นด่านบูรณาการของหน่วยงานความมั่นคง
“เราทำให้เป้าหมายแคบลง ก็จะเน้นเข้าตรวจสอบ 3 ด่านนี้ที่เป็นด่านปฏิบัติหน้าที่ประจำ ดูแลเรื่องความมั่นคง ยาเสพติด และเรื่องต่างๆ ซึ่งตรงนี้เราได้เน้นย้ำกับผู้บังคับบัญชากับทุกฝ่ายแล้วว่าไม่ให้มีการเรียกรับผลประโยชน์และต้องทำทุกอย่างตามกฎหมาย และเมื่อได้รับข่าวสารจากผวจ.เมียวดีเราก็ไม่นิ่งนอนใจเพราะท่านพูดเป็นลักษณะกว้างๆว่าช่วยดูหน่อย มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น โดยในช่วงบ่ายวันนี้ ผมพร้อมผู้บังคับการภูธรจังหวัด ผู้จัดการมณฑล ผู้บัญชาการกองกำลัง จะเข้าไปพบผู้ว่าฯเมียวดีเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีผลกระทบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตเสียหายไปด้วย” นายเจริญฤทธิ์ กล่าว
นายเจริญฤทธิ์ กล่าวอีกว่าเมื่อพบเจ้าหน้าที่กระทำความผิด จะต้องแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาที่คนผู้นั้นสังกัดว่าทำในสิ่งที่มิชอบ ส่วนจะใช้ระยะเวลาหาตัวผู้กระทำผิดยาวนานเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จะได้จากผู้ว่าฯเมียวดี ถ้าเป็นข้อมูลวงกว้างคงต้องใช้ระยะเวลา แต่ถ้าเป็นข้อมูลวงแคบคงได้ผลสรุปในไม่ช้า เมื่อได้ผลอย่างไรจะรีบแจ้งผลไปยังนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง และจะได้นำเสนอข้อมูลต่อปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีตามลำดับ

