เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ห้องกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) จ.ชุมพร นายสุนทร รักษ์รงค์ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ เดินทางเข้าพบ พ.อ.ปัญญ์สวัฒกก์ มาลารัตน์ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.ชุมพร โดยมีผู้แทนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร และผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จ.ชุมพร เข้าพบด้วย โดยก่อนหน้านั้น นายสุนทรได้ส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ระบุว่า “แจ้งสื่อร่วมทำข่าว รอง ผอ.กอ.รมน.จว.ชพ./หน.ส่วนประสานงาน กกล.รส.ประจำ จว.ชพ.เชิญแกนนำ สุนทร รักลม เข้าพบ เพื่อทำความเข้าใจในการโพสเฟส โจมตีการแก้ไขปัญหาราคายางของรัฐบาลที่ สง.รอง ผอ.กอ.รมน.ชพ. (ท.) เวลา 14.00 น.ครับ” และข้อความ “รบกวนพี่น้องสื่อ ที่จะมาร่วมทำข่าว เชิญสุนทรฯ มาพบที่ สง.รอง ผอ.กอ.รมน.ชพ.เวลา 14.00 น.ขอเพียงทำข่าวนะครับ ส่วนรายละเอียด รองทหาร อยากคุยเป็นการส่วนตัวกับสุนทรฯ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ข้อมูลเด้วผมดำเนินการให้ ขอบคุณครับ”
พ.อ.ปัญญ์สวัฒกก์ กล่าวยืนยันว่า ข้อความที่ส่งผ่านไลน์ตนไม่ทราบเรื่อง และไม่ทราบว่าใครเป็นคนส่ง ส่วนที่ระบุว่า เป็นการเชิญนายสุนทรมาปรับทัศนคติเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความโจมตีการแก้ไขปัญหาราคายางของรัฐบาลก็ไม่ใช่ เป็นเพียงการเชิญมาพูดคุยทำความรู้จักกันในฐานะที่ตนเพิ่งรับตำแหน่งรอง ผอ.กอ.รมน.ชพ. เท่านั้น และที่เชิญผู้แทนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดและกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดเข้าร่วมพูดคุยด้วย เพื่อต้องการให้นายสุนทรได้เข้าใจสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำของรัฐบาล ไม่ใช่เป็นการเชิญมาเพื่อปรับทัศนคติ และไม่ใช่เป็นการป้องปรามเพื่อมิให้ชาวสวนยางมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วย
นายสุนทรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ตนได้ยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาราคายางตกต่ำต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปการยางไทย ตนจึงมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เพื่อต้องการให้แก้ปัญหาวิกฤตยางพาราไทยได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ และตนไม่เคยโจมตีการทำงานของรัฐบาล มีแต่จะเสนอแนะและเป็นห่วง ที่รัฐบาลเชื่อฟังแต่ฝ่ายข้าราชการโดยไม่ฟังเสียงเกษตรกร
“การสื่อสาธารณะ การรวมกลุ่ม การแสดงความคิดเห็นของผมได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 34, มาตรา 36 และมาตรา 42 รวมทั้งเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการตามมาตรา 73 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ส่วนที่แจ้งสื่อมวลชนว่าให้ลงข่าวเฉพาะที่สามารถเรียกสุนทรมาพบเท่านั้น ส่วนข้อมูลทาง กอ.รมน.ชพ.จะส่งให้นักข่าวภายหลังถือเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความไม่จริงใจ เพราะการให้ข่าวต้องแถลงพร้อมกัน” นายสุนทรกล่าว
จากนั้น พ.อ.ปัญญ์สวัฒกก์ ได้เชิญสื่อมวลชนออกนอกห้อง โดยระบุว่า ขอให้เป็นการทำความเข้าใจกันระหว่างสำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร และ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดชุมพร กับนายสุนทร แต่ไม่ใช่การปรับทัศนคติอย่างที่นายสุนทรเข้าใจ กระทั่ง การพูดคุยสิ้นสุดเวลา 15.30 น.วันเดียวกัน โดยนายสุนทรได้ยื่นหนังสือฉบับเดียวกับที่ยื่นต่อ รมว.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ให้ พ.อ.ปัญญ์สวัฒกก์ ด้วย

