ประธานสภาอุตฯตรัง ปลง ขอไม่เคลื่อนไหวกดดันรบ.ให้ลดราคาน้ำมัน ไม่ได้ดูถูกฝีมือ แต่กดดันไปก็ไร้ผล ท่องอัตตาหิอัตโนนาโถ พึ่งตัวเองดีที่สุด หวังแค่กัดฟันประคองให้รอดพ้นปีนี้
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่จังหวัดตรัง นายบุญชู ศัยศักดิ์พงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลคำนวณราคาน้ำมันดีเซลให้เป็นธรรมกับประชาชนมากที่สุด โดยในส่วนของอุตสาหกรรมในจังหวัดตรังจะยังไม่ออกมาเคลื่อนไหวอะไรไปกดดันรัฐบาล เพราะเชื่อว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ จึงไม่มีมีความจำเป็นที่จะต้องไปกดดันรัฐบาล
นายบุญชู กล่าวว่า ในส่วนของน้ำมันดีเซลB7 ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อภาคการขนส่งและภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันราคาอยู่ที่ลิตรละ 42.50 บาท สามเดือนที่ผ่านมาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้น 15% ปัจจุบันรัฐบาลก็ พยุงราคาน้ำมัน ลดภาษีลิตรละ 4 บาทอยู่แล้ว แต่ปัญหาในขณะนี้คือกองทุนน้ำมัน ติดลบ อยู่ประมาณ 100,000 ล้านบาท ในส่วนของภาคเอกชนนั้นเราก็รู้ดี ทุกครั้งเวลาขึ้นราคาน้ำมัน สาเหตุสำคัญคือเกิดภาวะสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อเรือออกจากอ่าวไม่ได้ ผู้ค้าน้ำมันก็ต้องขึ้นราคาน้ำมัน
นายบุญชู กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องมีความโปร่งใสในเรื่องการคำนวณราคาน้ำมันที่จำหน่ายในประเทศ รัฐต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชนด้วย ไม่ปล่อยให้ผู้ค้าน้ำมันจะขึ้นราคาเท่าไหร่ก็ได้ รัฐจะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภคและตรวจสอบต้นทุนน้ำมัน ในเรื่องนี้รัฐบาลสามารถทำได้ ประชาชนก็ไม่ได้คาดหวังที่จะให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันลิตรละหลายบาท จริงอยู่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ บางครั้งก็ต้องปล่อยให้เป็นกลไกของการตลาดและดีมานด์” ซัพพลาย แน่นอน ต้นทุนการผลิตจะต้องสูงอยู่แล้วเพราะน้ำมันมีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตและขนส่งสินค้า แต่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากจะกระทบมากก็กลุ่มโลจิสติก กระทบมากเช่นสายการบิน
นายบุญชู กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดตรัง ภาคอุตสาหกรรมยังพอที่จะประคองตัวเดินไปได้ เช่นราคายางกิโลกรัมละประมาณ 85 บาท ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 8.50บาท การท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ก็ไม่ได้แพ้ใคร ดังนั้นพื้นที่ภาคใต้ภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ยังพอที่จะประคองตัวไปได้ส่วนภาคอื่นนั้นตนไม่ทราบ
“แต่สถานการณ์ตอนนี้ใครที่มีเงินสดเก็บไว้จะดีกว่าและจะต้องประคองตัวเองให้รอดปีนี้ไปก่อน” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรังระบุ
นายบุญชู กล่าวว่า ส่วนที่สมาพันธ์รถบรรทุกแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้รัฐบาลพยุงราคาน้ำมันดีเซลB7ลิตรละ 35 บาทนั้น ตนมองว่ารัฐติดลบกองทุนน้ำมันอยู่ 100,000 ล้านบาท จึงเป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่จะลดราคาน้ำมัน หากรัฐบาลชดเชยหรือลดราคาลงมาอีก ก็จะทำให้ติดลบกองทุนน้ำมันมากขึ้นไป หากดูราคาน้ำมันในประเทศอาเซียนประเทศไทยราคาน้ำมันสูงติดอันดับเหมือนกัน ปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้คือราคาน้ำมันดิบที่ออกมาจากอ่าว ตนเข้าใจปัญหาของผู้ประกอบการอย่างพวกเราและเข้าใจปัญหาของรัฐบาล การเคลื่อนไหวที่รัฐบาลเลือกให้พยุงราคาน้ำมันลิตรละ 35 บาทใครที่เคลื่อนไหวก็สามารถทำได้
“ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมจ.ตรัง ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรไปกดดันรัฐบาล เพราะกดดันรัฐบาลไปรัฐบาลก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและภาคการขนส่งได้ ที่ผมพูดไม่ได้สบประมาทความสามารถของรัฐบาล รัฐบาลเองก็ทำได้แค่นั้น ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ดูถูกรัฐบาลง”นายบุญชูกล่าวทิ้งท้าย


