หน้าแรก ภูมิภาค ศูนย์ป่าไม้ภู...

ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต แจ้งจับต่างชาติ-คนไทย บุกรุกป่าสงวนฯเทือกเขากมลา สร้างสนามเทรล-สนามยิงปืน

6.11.26 | 16:13 น.

ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต แจ้งจับต่างชาติ-คนไทย บุกรุกป่าสงวนฯเทือกเขากมลา สร้างสนามเทรล-สนามยิงปืน พบรุกป่ากะทู้อีก 15 คดี

 

​เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายพรสรร กุณฑลสุรกานต์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับกลุ่มบุคคลที่นำรถแบ็กโฮเข้าไปปรับพื้นที่ ขุดไถ และแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อก่อสร้างสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืน หลังเจ้าหน้าที่เข้าลงพื้นที่ตรวจสอบและจับพิกัดพื้นที่เสียหายทั้งหมดแล้ว


​นายพรสรร เปิดเผยว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าเทือกเขากมลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้ส่งมอบให้เทศบาลเมืองกะทู้ดูแล จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า จุดที่มีการบุกรุกแผ้วถางตกอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำความผิดตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานควบคุมดูแลรักษาป่า


เบื้องต้น มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจำนวน 2 ราย ได้แก่ ชาวต่างชาติ 1 ราย และคนไทย 1 ราย ซึ่งเป็นคนขับรถแบ็กโฮ

ทั้งนี้ จากข้อมูลเดิมของพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้ พบว่ามีนายช่างรายหนึ่งได้เข้าพบตำรวจและรับสารภาพว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้นำรถแบ็กโฮเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว

Advertisement

​สำหรับการตรวจสอบความเสียหาย พบการแผ้วถางทำเป็นเส้นทางวิ่งเทรลความยาวหลายกิโลเมตรตัดข้ามฝั่งป่า และมีการปรับพื้นที่บางส่วนเป็นลานราบ ซึ่งคาดว่าจะใช้ก่อสร้างเป็นสนามยิงปืน รวมพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายประมาณ 3 ไร่

ส่วนกรณีการขยายผลไปยังผู้ว่าจ้างนั้น นายพรสรร ระบุว่า ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนในการสอบสวนขยายผล หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง บุคคลดังกล่าวจะต้องรับโทษในฐานะตัวการตามประมวลกฎหมายอาญา

​นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ป่าเทือกเขากมลาในส่วนที่เทศบาลเมืองกะทู้ดูแลเพิ่มเติมอีกถึง 15 คดี ซึ่งได้รับข้อมูลเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ประสานไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เพื่อเร่งออกคำสั่งตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2527 ให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างโดยเร็ว ซึ่งทั้ง 15 รายนี้เป็นคนละกรณีกับการสร้างสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืน

​ส่วนกรณีที่มีการอ้างเอกสาร ภ.บ.ท.5 นั้น นายพรสรร ชี้แจงว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าว แต่ขอเน้นย้ำว่า ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงหลักฐานการชำระภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินแต่อย่างใด อีกทั้งเอกสารดังกล่าวระบุเพียงเนื้อที่ หมู่ และตำบล โดยไม่มีการระบุพิกัดที่แน่ชัด จึงไม่สามารถนำมาตรวจวัดพิกัดได้

ทางเจ้าหน้าที่จำต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการครอบครองต่อเนื่องหรือเปลี่ยนมือหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปประชาชนทราบดีอยู่แล้วว่า ภ.บ.ท.5 ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ และการที่นำมาแสดงโดยระบุเนื้อที่มากถึง 290 ไร่นั้น ถือเป็นเรื่องที่พบได้ยากมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต