ศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ส่งหนังสือถึง ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งให้รับทราบว่าถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง หลังถูกแจ้งความจับแอบถ่ายคลิปอาบน้ำและลวนลามอดีตลูกเลี้ยง ย้ำไม่มีมวยล้ม และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย คาดว่าสรุปผลสอบไม่เกิน 90 วัน ด้านผู้การกาฬสินธุ์ระบุพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งอัยการแล้ว
จากกรณีข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ พาลูกสาววัย 19 ปี เข้าร้องทุกข์กับผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ว่า ลูกสาวถูกอดีตสามีใหม่ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ใช้โทรศัพท์แอบถ่ายภาพและถ่ายคลิปขณะอาบน้ำ พร้อมกับลวนลามมานานหลายปี จึงได้เข้าร้องเรียนกับ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 และแจ้งความกับตำรวจ สภ.กุฉินารายณ์ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี กับพนักงานสอบสวน ต่อมาทางศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายกิตติพศ พลพิลา ศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจาก สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 นำเอกสารหลักฐานและผลสรุปการสอบข้อเท็จจริงกรณีผอ.คนดังกล่าว ผลการสอบของคณะกรรมการ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 พบว่ามีมูลความผิดนั้น ทางศึกษาธิการจังหวัดก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงทันทีตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ได้เปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมสอบวินัยร้ายแรงเป็นนายสุรสิทธิ์ ทิพย์สมบูรณ์ รองศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากประธานคนเก่าจะเกษียณอายุราชการในช่วงปลายเดือนกันยายน 2560
นายกิตติพศกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงได้ส่งหนังสือแจ้งไปยัง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 และแจ้งไปยัง ผอ.คนดังกล่าวแล้วว่าขณะนี้เจ้าตัวถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งแนวทางต่อไปคณะกรรมการจะต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแล้วนำมาพิจารณาและส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการการศึกษา จ.กาฬสินธุ์หรือ กศจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งบทลงโทษวินัยร้ายแรง หากตรวจสอบพบแล้วพบว่ามีการกระทำผิดจริงนั้นจะต้องถูกดำเนินการปลดออกและไล่ออกเท่านั้น
นายกิตติพศกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคม สื่อมวลชน และประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งคณะกรรมการจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เท็จจริง โปร่งใส และความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่คงไม่ช้าเกินไป และไม่เร็วเกินไป คาดว่าน่าจะสามารถสรุปผลสอบได้ไม่เกิน 90 วัน ซึ่งตามกฎระเบียบการสอบวินัยร้ายแรงใช้เวลาไม่เกิน 240 วัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่างานนี้ไม่มีมวยล้ม ไม่มีใครมาวิ่งเต้น เพราะไม่มีประโยชน์อะไร จะต้องว่ากันไปตามความผิด และพยานหลักฐาน โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมและเป็นผู้นำแบบอย่างที่ดี
ด้านพล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าล่าสุดทางพนักงานสอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เจ้าของคดีได้สอบปากคำพยาน ผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวครบแล้ว พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน และขณะนี้ได้สรุปสำนวนส่งไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยแจ้งข้อกล่าวหากับผู้อำนวยการโรงเรียนคืออนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานครบถ้วน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะกระทบและมีผลกับคดี

